งไม่สนใจสักนิด
น่าฟังก็ส่วนน่าฟัง แต่มันก็เท่านั้น
ไหนเลยจะแยกระดับเสียงความไพเราะอะไรพวกนี้ออก
มือคู่นี้ ใจดวงนี้ หากต้องการให้นางเรียนพิณนั่นไม่เท่ากับต้องการพรากเอาชีวิตน้อย ๆ ของนางไปหรอกหรือ
เจียงเสวี่ยหนิงยิ่งดีดก็ยิ่งรู้สึกว่าเสียงดนตรีของตนต่างจากผู้อื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนขาดความมั่นใจขึ้นทุกขณะ ครั้นเงยหน้าโดยบังเอิญก็พบว่าเซี่ยเวยยืนอยู่ตรงหน้านางแล้ว
มือของนางกระตุกสั่นเกือบทำสายพิณขาดสะบั้น
เซี่ยเวยมองนางจากเบื้องบน เอ่ยถามว่า “ไม่เคยเรียนมาก่อนหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าตนแข็งทื่อไปทั้งร่างตอบตัวสั่นงันงก “เซียนเซิงบอกว่าให้ถือว่าตนไม่เคยเรียนรู้มาก่อน เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
เซี่ยเวยหนังตากระตุกอีกคำรบ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกมีไอเย็นแผ่พุ่งจากท้ายทอย
เซี่ยเวยอดทนไม่แสดงอารมณ์ ก่อนจะมองพิณใต้มือนาง กล่าวเพียงว่า “นั่งเฉย ๆ เถอะอย่าทำให้พิณคันนี้เสียของเลย”
รู้ที่มาของพิณจริง ๆ ด้วย!
เจียงเสวี่ยหนิงพลันร้องโอดโอยในใจ แอบคิดว่านางควรคิดได้ตั้งแต่แรกแล้ว คนแซ่เซี่ยชื่นชอบพิณจนถึงขั้นคลั่งไคล้ เยี่ยนหลินบอกว่าการหาพิณชั้นยอดมาเข้าเรียนต้องทำให้เขาพอใจอย่างแน่นอน แต่กลับไม่รู้ว่าพิณชั้นยอดนั้นใช่ว่าใคร ๆก็บรรเลงได้ หากคนไม่คู่ควรกับพิณ เกรงว่าไม่เพียงไม่อาจประจบเอาใจเซี่ยเวยสำเร็จ แต่ยังทำให้เขารังเกียจอีกด้วย
สภาวการณ์ขณะนี้ก็คือนางไม่คู่ควรกับพิณ
แม้ขณะเ