เอ่ยอะไร หันหน้าเข้าหากระจก แต่งแต้มเครื่องประทินโฉม บรรจงกลบความอิดโรยบริเวณรอบดวงตาทีละน้อยจนหมดสิ้น พอเดินออกจากห้องดวงหน้าก็เปล่งประกายอีกครั้ง ทำให้คนจับพิรุธไม่ได้
——————–
วันนี้เข้าเรียนอย่างเป็นทางการ ช่วงเช้ามีสองวิชา
กลางยามเหม่าถึงกลางยามเฉินเป็นวิชาแรกรวมทั้งสิ้นหนึ่งชั่วยาม เรียนคัมภีร์ลำนำและกวีกับจ้าวเยี่ยนหงอาจารย์ประจำสภาฮั่นหลิน กลางยามเฉินสองเค่อถึงกลางยามซื่อสองเค่อเป็นวิชาที่สอง ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามเช่นกันในการเรียนพิณกับเซี่ยเวยผู้ดำรงตำแหน่งรองราชครูขององค์รัชทายาท
ดังนั้นช่วงเช้า ผู้มาก่อนจึงเป็นจ้าวเยี่ยนหง
อาจารย์ผู้นี้มีอายุสี่สิบห้าสิบปีได้ ถือเป็นฝั่ายนักวิชาการในสภาฮั่นหลิน ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวในราชสำนักและการเมืองการปกครองลึกซึ้งเท่าใดทว่ามีความสามารถในการประจบประแจงและพึ่งพิงผู้มีอิทธิพลเป็นอย่างยิ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขากับอาจารย์อีกสองคนต่างดูแคลนสตรี
แต่วันนี้เมื่อได้เรียนกับเขาครั้งหนึ่งถึงรู้ว่าที่แท้แม้กระทั่งการดูถูกสตรีก็ยังแบ่งระดับขั้น
คัมภีร์ลำนำและกวีแบ่งเป็นสามหมวดคือเฟิง หย่า และซ่ง[2] สิ่งที่เรียนคาบแรกคือกลอนพื้นบ้าน ‘นกจวีจิวขันคู’ อันมีชื่อเสียงใน ‘บทเพลงพื้นบ้าน เขตโจวหนาน’ ที่ผู้ศึกษามักต้องท่องจำและเข้าใจได้เป็นอย่างดี แต่จ้าวเยี่ยนหงเพียงสอนให้พวกนางอ่านและบอกให้รู้ถึงหลักใหญ่ใจความของกลอนบทนี้ว่าประพันธ์โดยอา