ี ร่างกายซึ่งเดิมทีเพิ่งจะผ่อนคลายเพราะเลิกเรียนพลันแข็งทื่ออีกครั้ง
จากนั้นก็มีเงาดำทอดลงบนโต๊ะเรียนของนาง
เป็นเซี่ยเวยที่ก้าวเข้ามาจากภายนอกตำหนักและกำลังเดินผ่านโต๊ะเรียนของนาง
นางไม่กล้าหันหน้าไป
จวบจนเห็นชายแขนเสื้อสีครามกวาดผ่านข้างกาย นางถึงค่อย ๆ เงยศีรษะมองขึ้นไปด้านบนเซี่ยเวยเดินขึ้นบนแท่นสอนแล้วก็ยืนนิ่ง ไม่เอื้อนเอ่ยวาจา เพียงหลุบตาวางพิณที่อุ้มมาลงบนโต๊ะ เมื่อถอดถุงห่อพิณก็ยกมือดีดสายพิณครั้นลองเสียงเสร็จก็วางมืออย่างแช่มช้า กดสายพิณเล็กน้อยเพื่อกำจัดเสียงสั่นสะเทือนของสายพิณที่ยังคงหลงเหลือ
เสียงทดลองทั้งสองเสียงดุจสายธารกระทบแก่งหิน ดั่งผิวลำธารที่กระเพื่อมไหวยามลมโชยฟังแล้วพานให้จิตใจผ่อนคลาย ผู้ที่ดีดพิณเป็นคนเช่นไรยังไม่ต้องเอ่ยถึง แต่พิณย่อมเป็นพิณชั้นยอดอย่างแน่นอน
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องสำรวจพิณคันนั้น เห็นเพียงตัวพิณมีสีแดงเข้มจนเกือบจะเป็นสีดำ ทาน้ำมันชักเงาหนายิ่งนัก มองเห็นลายเมฆมงคลสายธารไหลได้ราง ๆ ดูแล้วสภาพยังไม่เก่า แม้จะมองไม่เห็นชื่อพิณซึ่งแกะสลักอยู่ใต้ท้องพิณ แต่นางมองเพียงผาดเดียวก็ดูออกทันทีว่านี่คือพิณที่เซี่ยเวยสร้างด้วยตนเองและใช้งานบ่อยที่สุด มีนามว่า ‘เอ๋อเหมย’
นั่นทำให้นางตระหนกตกใจอย่างอดไม่อยู่
นางไร้พรสวรรค์ด้านการเล่นพิณโดยแท้จริงทั้งดีดไม่เป็นและฟังไม่เป็น ความฉลาดหัวไวที่มีในยามปกติ พอมาถึงการเรียนพิณกลับปลาสนาการไปสิ้น สมองของนางทึ่มทื่อ