๋ไม่อยากเห็นหน้าเจียงเสวี่ยหนิงแม้สักอึดใจเดียว ด้วยกลัวว่าจะทำให้ดวงตาของตนต้องแปดเปือน
ล้วนเป็นผู้อื่นที่ตามมาปลอบโยน
คนที่ร่วมเดินทางมาเมื่อกลับถึงเรือนหยางจื่อต่างหว่านล้อมนางว่า “ทั่วทั้งเมืองหลวงมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าคุณหนูรองเจียงเกิดมานิสัยยโสโอหังไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว จะพูดจาเช่นนั้นก็ไม่แปลกเลยสักนิด พี่หญิงเฉินต่างจากนางตั้งแต่ภายในจดภายนอก แล้วเหตุใดต้องถือสาหาความนางโมโหจนทำลายสุขภาพตนเองไปเปล่า ๆ ด้วยเล่า”
แน่นอนว่าบางคนหว่านล้อมจริง บางคนก็เสแสร้ง
โหยวเย่ว์กลัวว่าเรื่องราวจะไม่ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ ยังคงจดจำความแค้นเรื่องที่เคยถูกหักหน้าในตำหนักได้ ฉะนั้นจึงพูดด้วยความรู้สึกปวดร้าว “นั่นสิ คนมีตาก็ดูออกพระทัยขององค์หญิงใหญ่ทรงเอนเอียงไปทางนางจนหมดสิ้น พวกเราล้วนถวายของขวัญด้วยความปรารถนาดี แต่เผลอประเดี๋ยวเดียวองค์หญิงใหญ่กลับทรงยกไปวางต่อหน้าเจียงเสวี่ยหนิงและให้นางเลือกเฟั้นเสียได้ คิดว่าต่อให้นางทำเรื่องที่แปลกประหลาดมากไปกว่านี้ องค์หญิงก็จะทรงปกปั้องนางเช่นกัน ชาติตระกูลของพี่หญิงเฉินยิ่งใหญ่เกรียงไกร แม้ว่าจะสูงส่งกว่านางไม่รู้ตั้งเท่าไร แต่ภายในวังหลวงแห่งนี้ เกรงว่าอย่าเป็นศัตรูกับนางจะดีกว่า”
เซียวซูกลอกตามองนางครั้งหนึ่ง
เหยาหรงหรงถอนใจด้วยความอิจฉา“คุณหนูรองเจียงได้รับความชื่นชอบจากผู้คนตั้งมากมายขนาดนี้ ช่างมีความสามารถมากเลยนะ”
ใบหน้าเฉินซูอี๋ถมึงทึงม