ากขึ้นเรื่อย ๆโหยวเย่ว์หัวเราะเย้ยหยัน เถียงกลับไปว่า“นั่นก็เรียกว่าความสามารถด้วยหรือ? ได้ยินคนเขาว่ากันว่านางเรียนตำราไม่รอด พฤติกรรมก็ไม่เหมาะสม แม้แต่ตอนเข้าวังมาเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาครั้งนี้ ทุกคนต่างเห็นด้วยตาตนเองหากมิใช่องค์หญิงใหญ่ทรงดูแล นางจะมีสิทธิ์อะไรมานั่งร่วมกับพวกเราในตำหนักเฟิงเฉินได้เล่า?”
——————–1. สามหลักการห้าวิถี เป็นหลักจริยธรรมของขงจื่อ สามหลักการ ได้แก่ ผู้ปกครองเป็นต้นแบบของขุนนาง บิดา เป็นต้นแบบของบุตร และสามีเป็นต้นแบบของภรรยา ส่วนห้าวิถี ได้แก่ เมตตากรุณา คุณธรรมกาลเทศะ สติปัญญา และความซื่อสัตย์บทที่ 47 แสร้งทำตัวสูงส่ง (2)เหยาซีได้ยินแล้วไม่ได้เอ่ยอะไร
เฉินซูอี๋กลับมองเหยาซีและพูดขึ้นมาทันที“เช้าวันนี้ตอนที่เดินไป เหมือนอาซีจะเดินอยู่กับนางนะ?”
เพราะก่อนหน้านี้มีเรื่องของจางเจอ อันที่จริงเหยาซีไม่ได้รู้สึกว่าเจียงเสวี่ยหนิงย่ำแย่ถึงขั้นที่ผู้อื่นว่าไว้ขนาดนั้น มิหนำซ้ำผู้ที่ถูกอีกฝั่ายรังแกคือโหยวเย่ว์ ไม่ใช่ตนเสียหน่อย ในตอนนั้นนอกจากจะตกใจแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก
เหยาซีเคยมีความคิดจะสนิทสนมกับเจียงเสวี่ยหนิงอยู่บ้างจริง ๆอย่างไรเสียนางก็สงสัยใคร่รู้เรื่องระหว่างอีกฝั่ายกับจางเจอ
ทว่าครั้นเห็นท่าทีของทุกคนก็รู้ว่าต่างไม่ชมชอบเจียงเสวี่ยหนิง เหยาซีจึงล้มเลิกความคิดนี้ไป “ข้าแค่อยากจะถามเรื่องบางอย่างกับนางเท่านั้นเอง”
เฉินซูอี๋ “ข้านึกว่าเจ้า