รู้สึกถึงความผิดปกติ
โหยวเย่ว์หันขวับมามองฟางเมี่ยว ตั้งคำถาม“นี่เจ้ากำลังด่านางหรือชมนางกันแน่?หมายความว่าอย่างไร?”
สายตาของทุกคนไปอยู่ที่ร่างฟางเมี่ยว
ฟางเมี่ยวตกใจสะดุ้งโหยง “ย่อมด่านางแน่นอนสิ นี่ไม่ได้ด่าพร้อมท่านหรอกหรือ?”โหยวเย่ว์แน่นหน้าอก เกือบหายใจไม่ออก
เฉินซูอี๋กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามอย่างไม่เกรงใจยิ่งนัก “ที่แท้คุณหนูฟางเมี่ยวอยู่ฝั่ายใดกันแน่?”
ฟางเมี่ยวเผยสีหน้าไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องเสียงดังทันที “ข้ายังแสดงออกไม่ชัดเจนอีกหรืออย่างไร? ก็ต้องอยู่ฝังพวกท่านอยู่แล้วสิ! ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าคนนี้ดูคนที่ ‘โชคชะตา’น่ะ!”
สีหน้าของนางไม่เหมือนเสแสร้งจริง ๆ
ต่อให้เป็นเฉินซูอี๋เองก็ไม่อาจจับพิรุธอะไรได้นอกจากนี้พอหวนนึกถึงสิ่งที่ฟางเมี่ยวพูดเกี่ยวกับรูปโฉมของเจียงเสวี่ยหนิงก็เป็นความจริงเช่นกัน ดังนั้นจึงอดรู้สึกคับข้องใจขึ้นมาหลายส่วนไม่ได้
ขณะนี้เองโจวเปั่าอิงที่อยู่ด้านข้างซึ่งเพิ่งจะเคี้ยวขนมดอกหอมหมื่นลี้ชิ้นหนึ่งเสร็จ ไม่รู้เพราะไม่ได้ฟังคำพูดก่อนหน้านี้ของพวกนางหรืออาจฟังไปได้เพียงครึ่งเดียว กลับเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า “พี่หญิงรองเจียงน่ะหรือ? งามมากจริง ๆ นะ! ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เคยเห็นพี่หญิงที่งดงามขนาดนี้มาก่อนเลย”
“…”ทุกคนต่างนิ่งเงียบ ทั่วทั้งเรือนหยางจื่อไร้สรรพเสียงใด ๆ ทันที
โจวเปั่าอิงยังคงถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ “มีอะไรหรือ พวกท่านไม่คิดแบบนั้นกันหรืออย