กับคำพูดเหล่าของเซียนเซิงทั้งสามคนขณะมาทดสอบความรู้ในวันนั้นได้ดี
ยามนี้จึงขมวดหัวคิ้วเล็กน้อยเจียงเสวี่ยหนิงนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองเคยคิดจะไปฟั้องความประพฤติของเซียนเซิงสามคนนั้นแต่ยังไม่ทันได้กระทำเลย
เซี่ยเวยเอ่ย “วันนี้เป็นวันแรก คิดว่าองค์หญิงและพระสหายร่วมศึกษาทุกคนยังไม่คุ้นเคยกับเซียนเซิงทั้งหลาย และคงยังไม่ได้เตรียมบทเรียนมาล่วงหน้า ข้าและเซียนเซิงทุกท่านปรึกษาหารือกันแล้วได้ความว่าวันนี้จะยังไม่เริ่มเรียนก่อน แต่จะให้ทุกคนทำความรู้จักเซียนเซิง จากนั้นให้เซียนเซิงทั้งหลายบอกกล่าวว่าครึ่งปีหลังจากนี้จะต้องร่ำเรียนสิ่งใดกันบ้าง และแต่ละท่านมีเงื่อนไขอันใดบ้างเท่านั้น”
พอกล่าวจบเขาก็มองอีกสี่คนที่เหลือเซียนเซิงทั้งสี่จึงออกมาบอกกล่าวสถานะรวมถึงหัวข้อบทเรียนที่จะต้องถ่ายทอดหลังจากนี้
ตำราที่พระสหายร่วมศึกษาต้องใช้งานคราวนี้ล้วนวางอยู่บนโต๊ะของพวกนางแล้ว ‘คัมภีร์ว่าด้วยเรื่องจริยะ’ หนึ่งเล่ม บรรยายโดยจางเซียนเซิง จางจ้งผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหอบันทึกประวัติศาสตร์ ‘คัมภีร์ลำนำและกวี’ หนึ่งเล่มบรรยายโดยจ้าวเซียนเซิง จ้าวเยี่ยนหงผู้ดำรงตำแหน่งราชบัณฑิตฝั่ายปรับปรุงเนื้อหาประวัติศาสตร์ประจำสภาฮั่นหลิน ‘สิบแปดเทียบ[1]’ ซึ่งถือเป็นอักขรวิธี ถ่ายทอดการสอนโดยหวังเซียนเซิง หวังจิ่วผู้ดำรงตำแหน่งราชบัณฑิตฝั่ายบรรยายเนื้อหาประวัติศาสตร์ประจำสภาฮั่นหลิน นอกจากนี้ว่ากันว่ายังจะรับหน้าที่สอนวาดภา