พอีกด้วย ขณะที่ ‘วิชาคำนวณสิบคัมภีร์’ เป็นวิชาคำนวณ บรรยายโดยซุนเซียนเซิง ซุนซู่อาจารย์จากสถานศึกษาหลวงที่เพิ่งมาวันนี้
เซียนเซิงสี่คน ตำราสี่เล่ม
เหมือนจะไม่มีอะไรผิดพลาด
แต่เมื่อซุนเซียนเซิงซึ่งสอนวิชาคำนวณกล่าวจบ ทุกคนก็พบว่าไม่ถูกต้องยิ่งนัก บนโต๊ะของแต่ละคนต่างวางตำราที่ต้องใช้งานเอาไว้ล่วงหน้าแล้วก็จริง แต่ทั้งหมดมีเพียงสี่เล่ม โดยมีเซียนเซิงทั้งสี่เป็นผู้สอน
เช่นนั้น…เซี่ยเวยเล่า?
ขณะที่เจียงเสวี่ยหนิงกำลังขบคิดว่าในน้ำเต้าเซี่ยเวยขายยาอะไรอยู่กันแน่[2] เสิ่นจื่ออีผู้นั่งอยู่ข้างหน้าก็เอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้แล้ว “แต่ว่าเซี่ยเซียนเซิง นี่เพิ่งจะสี่วิชาเองนะ บอกว่านอกจากท่านจะสอนพิณแล้ว ยังสอนพวกเราอีกวิชาด้วยไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยเวยตอบ “กระหม่อมสอน ‘วรรณกรรม’พ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นจื่ออีสงสัย “ไม่มีตำราหรือ?”
เซี่ยเวยชำเลืองมองนอกตำหนักครั้งหนึ่งก่อนเอ่ยว่า “มีคนไปเอาแล้ว ประเดี๋ยวคงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
‘เอามา?’
ในวังหลวงมีตำราครบครัน หากจะเตรียมก็ควรจะเตรียมเสร็จตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเพิ่งใช้ให้คนไปเอามาตอนนี้
ทุกคนล้วนประหลาดใจเล็กน้อย
ทว่าเซี่ยเวยไม่อธิบายให้มากความ กล่าวจบก็นั่งลงด้านข้าง เพียงฟังจางจ้งหัวหน้าหอบันทึกประวัติศาสตร์ผู้บรรยายตำรา ‘คัมภีร์ว่าด้วยเรื่องจริยะ’ ที่ยืนพูดอยู่กลางตำหนัก ขณะนี้จางจ้งกำลังดึงข้อความจากตำรามาเป็นข้ออ้างอิงและใช้ประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรีย