เป็นล้นพ้นภายในวังหลวง นอกจากเสด็จพี่ฮ่องเต้และเสด็จแม่แล้วก็ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือ ‘การบันยะบันยัง’ เมื่อชื่นชอบคนผู้หนึ่งก็จะดีต่อคนผู้นั้นโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้น
ที่จริงนางอยากให้เจียงเสวี่ยหนิงมานั่งข้าง ๆ
หากนั่งใกล้กันสักหน่อย หันหน้าไปก็จะมองเห็น นั่นมิใช่ชวนให้สุขอุราหรอกหรือ แต่เมื่อมองไปยังแถวหน้าสุดอีกครา เซียวซูและเฉินซูอี๋ต่างนั่งอยู่ข้างซ้ายและข้างขวาของนางเรียบร้อยนางรู้จักคนทั้งสองมาตั้งแต่เมื่อก่อน หากเรียกให้ผู้ใดสักคนมาสลับกับเจียงเสวี่ยหนิงเกรงว่าคงจะไม่ดี พานให้คนกระอักกระอ่วนใจโดยใช่เหตุเสิ่นจื่ออีจึงได้แต่ปล่อยผ่าน
นางบ่นพึมพำ “ในเมื่อเจ้านั่งตรงนี้แล้วก็นั่งไปก่อนเถอะ วันใดเบื่อค่อยเปลี่ยนก็ได้”
เจียงเสวี่ยหนิงโล่งใจ “ขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่เพคะ”
คราวนี้เสิ่นจื่ออีถึงเดินผ่านกายนาง นั่งลงตรงโต๊ะตัวเองซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของแถวแรก
เซียวซูยืนขึ้นในเวลานี้เอง นางวางกล่องผ้าแพรลงบนโต๊ะของเสื่นจืออีอย่างเป็นธรรมชาติกะพริบตายิ้มแย้มให้เสิ่นจื่ออีเสิ่นจื่ออีร้องด้วยความตื่นเต้นยินดีทันที“อาซูเอาของขวัญมาให้ข้าด้วยหรือนี่!”
นางประคองกล่องผ้าแพรขึ้นมาเปิด ด้านในเป็นตัวหุ่นละครเงาอันงามวิจิตรตัวหนึ่ง นางพลันชื่นชอบจนวางไม่ลง
เฉินซูอี๋ลุกขึ้นยืนทันใดเช่นกัน ใช้สองมือประคองของขวัญที่ตระเตรียมมา “ได้ยินว่าองค์หญิงใหญ่โปรดภาพวาดของกู้ฉีเซียนเซิง เผอิญที่บ้านเก็บสะสมเอาไว้