ังสีแดงหม่น เส้นทางเช่นนี้ ชาติก่อนเจียงเสวี่ยหนิงเดินมาไม่รู้ตั้งกี่รอบ คุ้นเคยจนหลับตาก็ยังไม่หลงทาง นางจึงรั้งท้ายด้วยอาการใจลอย
เดิมทีเหยาซีอยู่หน้าสุด ไม่รู้เพราะเหตุใดนางจึงเดินไปพลางหันศีรษะกลับมามองไปพลาง
ครั้นเห็นว่าเจียงเสวี่ยหนิงอยู่รั้งท้าย นางจึงเดินผ่อนฝีเท้าให้ช้าตาม
ไม่นานนักก็บรรลุถึงข้างกายเจียงเสวี่ยหนิงโดยปราศจากพิรุธ
ขณะนี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงสังเกตเห็นอีกฝั่ายนางขมวดคิ้วเล็กน้อยท่ามกลางแสงอันมัวสลัวคิดว่าไม่มีเรื่องไม่มาวัด[2] ดังนั้นจึงถามว่า“คุณหนูเหยามีธุระอันใดหรือ?”
เหยาซีจ้องมองนางอย่างจริงจัง
หลังจากผ่านไปสักพักถึงกล่าวกลั้วหัวเราะเสียงเบา “แค่จู่ ๆ ก็รู้สึกสงสัยใคร่รู้เรื่องของคุณหนูรองเจียงมาก หากไม่ใช่เมื่อหลายวันก่อนคุณหนูรองเจียงกล่าวโน้มน้าวด้วยความปรารถนาดี เกรงว่าข้าคงทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้ว ไม่เพียงทำให้ชื่อเสียงอันดีงามของผู้อื่นต้องแปดเปือน ยังต้องพลาดบุพเพสันนิวาสอันดีไปอีกด้วย ตอนนี้พอคิดขึ้นมาก็รู้สึกว่าต้องกล่าวขอบคุณสักคำจริง ๆ เพียงแต่ยังมีข้อสงสัยบางประการติดอยู่ภายในใจ คราวนั้นคุณหนูรองเจียงเคยบอกว่าให้ข้ารอคอยโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นตอนนั้นข้าไม่เข้าใจ จนเมื่อวานได้เห็นจดหมายขอถอนหมั้นที่ท่านพ่อส่งต่อมาให้ฉบับนั้นถึงรู้ว่าคุณหนูรองเจียงหมายความเช่นไร หากไม่รู้ว่าคุณหนูรอง กับเยี่ยนซื่อจื่อเป็นคู่กัน เกรงว่าข้าคงคิดว่าท่านกับจางเจอมีค