นี้ยังมีราชครูเซี่ยร่วมเดินทางมาด้วยอีก
เขาหลุบตาด้วยท่าทีสงบนิ่ง หลังจากคาดเดาเจตนาในการมาของนางออกก็เพียงเอ่ยว่า“โปรดประทานอภัยที่จางเจอมิอาจรับคำเชิญของพระองค์ได้พ่ะย่ะค่ะ”
กลางราตรีอันมืดมิด ชายหญิงอยู่ร่วมกันสองต่อสอง
ผู้หนึ่งคือฮองเฮา ผู้หนึ่งคือขุนนางฝั่ายหน้าแม้จางเจอจะเป็นคนเที่ยงตรง แต่ก็เกรงกลัวคำใส่ร้ายปั้ายสีเช่นกัน เมื่อพูดประโยคนี้จบก็ค้อมกายคารวะแล้วถอยออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงคำครหา แต่เขาเพิ่งจะเดินจากไป เจียงเสวี่ยหนิงก็ยื่นมือคว้าแขนเสื้อชุดขุนนางอันหลวมกว้างของเขาไว้
เท้าที่กำลังก้าวออกไปพลันหยุดชะงัก
นิ้วมือเรียวยาวขาวดั่งหิมะแตะบนลายปักสีเข้ม นางค่อย ๆ ช้อนดวงตามองเขา ในน้ำเสียงแฝงอาการสั่นเครือเล็กน้อย “ใต้เท้าต้องการเห็นข้าตายเช่นนั้นหรือ?”
จางเจออับจนวาจานิ้วมือเจียงเสวี่ยหนิงค่อย ๆ จิกแน่น น้ำยาเคลือบเล็บสีแดงสดทาทับบนเล็บมือซึ่งมันวาวกระจ่างใส บังเกิดเป็นความเย้ายวนใจอันน่าตื่นตะลึงท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี นางกำลังใช้กิริยาท่าทางอันอ่อนแอที่ไม่คุ้นชินวิงวอนเขา“ขณะรถม้าพลิกคว่ำบนถนน เจ้ายอมให้ตัวเองขาหักเพื่อปกปั้องข้า ยามกลุ่มกบฏนิกายสวรรค์บุกเข่นฆ่า ข้าได้แต่ซ่อนตัวอยู่กลางพงหญ้าอันรกร้าง ส่วนเจ้ากลับยอมออกไปเสี่ยงอันตรายล่อพวกมันไป จางเจอ เจ้าดีต่อข้าเช่นนี้ พอจะดีกับข้าเช่นนี้ตลอดไปไม่ได้หรือ?”
ตอนนั้นมือของเขาที่แนบอยู่ข้างลำตัวแข็งทื่อจากนั้นก็กำเข้าหา