กันช้า ๆ ตอบกลับว่า“พระองค์ทรงเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน จางเจอเป็นขุนนางของราชสำนัก กินเบี้ยหวัดของทางการ ย่อมต้องทำงานด้วยความจงรักภักดีการเผชิญอุปสรรคภยันตรายและการใช้ชีวิตตนเพื่อแลกกับความปลอดภัยของพระองค์นั้น ถือเป็นหน้าที่ของจางเจออยู่แล้ว แต่คดีของพรรคพวกโจวอิ๋นจือเป็นเรื่องของบ้านเมือง ความเจริญรุ่งเรืองหรือล่มสลายของราชวงศ์เกี่ยวพันกับเรื่องนี้ จางเจอมิกล้าบิดเบือนกฎหมายเพราะเหตุส่วนตัวพ่ะย่ะค่ะ”
“หน้าที่…”
——————–1. ปากู่เหวิน คือการเขียนเรียงความอิงกับสี่ตำรา ห้าคัมภีร์ แต่เน้นหนักด้านการใช้ภาษาให้สละสลวยมากกว่าแสดงวิสัยทัศน์ทางรัฐประศาสนศาสตร์2. หน่วยตรวจการเหนือ เป็นหน่วยที่รับผิดชอบจัดการคดีที่ฮ่องเต้ระบุ มีเรือนจำเป็นของตนเอง สามารถจับกุม ลงทัณฑ์และตัดสินโทษได้โดยไม่ต้องผ่านขบวนการทางกฎหมาย
บทที่ 40 เรื่องราวในชาติก่อน (2)เจียงเสวี่ยหนิงกระชากชายแขนเสื้อของเขาดึงดันไม่ยอมปล่อย ครั้นได้ฟังคำพูดนี้ก็หัวเราะดวงเนตรทั้งสองข้างจ้องตาเขาเขม็ง
ถามเพียงว่า “จริงหรือ?”
สุดท้ายจางเจอก็เลี่ยงสายตานางแล้วหลับตาลำคอที่ขยับขึ้นลงคล้ายซุกซ่อนการต่อต้านอยู่ส่วนหนึ่ง เขากล่าวด้วยเสียงอันทุ้มหนักว่า “หากพระองค์ทรงรู้สึกว่าความช่วยเหลือของกระหม่อมในกาลก่อนแฝงด้วยเจตนามิบังควรจริง กระหม่อมยินดีน้อมรับโทษทัณฑ์พ่ะย่ะค่ะ”
ด้วยเหตุนี้เจียงเสวี่ยหนิงจึงค่อย ๆ คลายนิ้วมือ
ชายเสื้อนั้นถูกนางยึดจับจน