นี้แล้วท่านซื่อจื่อยังไม่มาอีก บางทีอาจมีเรื่องอะไรบางอย่างทำให้เสียเวลาจนมาไม่ได้กระมัง?คุณหนู พวกเรากลับกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ?”
เจียงเสวี่ยหนิงเพียงตอบว่า “ไม่ต้องปิด”
น้ำเสียงแผ่วเบา สายตาปราศจากการเคลื่อนไหวยังคงทอดมองสายฝนที่กำลังเปล่งประกายนอกหน้าต่างดังเดิม
เหลียนเอ๋อร์กับถังเอ๋อร์สบตากันทันที รู้สึกว่าวันนี้มีอะไรผิดปกติอยู่บ้าง
คุณหนูซึ่งไม่เคยเป็นฝั่ายนัดท่านโหวน้อยก่อนกลับนัดให้ท่านโหวน้อยออกมา ส่วนท่านโหวน้อยซึ่งไม่เคยมาสายกลับไม่มาในเวลาเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม พวกนางก็ไม่กล้าถามให้มากความเหมือนกัน
เจียงเสวี่ยหนิงห้ามปิดหน้าต่าง มือที่เอื้อมออกไปของพวกนางจึงได้แต่หดกลับมา คิดจะโน้มน้าวไม่ให้นางยืนริมหน้าต่างอีกครั้ง“ไม่เช่นนั้นท่านเข้าไปนั่งข้างในเถอะเจ้าค่ะ พวกบ่าวจะช่วยดูให้เอง พอท่านโหวน้อยมาแล้วจะแจ้งให้ท่านทราบ ริมหน้าต่างลมแรงเสียขนาดนี้ เดิมทีร่างกายท่านก็นับว่าไม่สู้ดีอยู่แล้ว หากไม่ระวังกระทบความหนาวเย็นจนเป็นหวัด พวกบ่าวรับไม่ไหวจริง ๆ นะเจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ราวกับไม่ได้ยิน
เหลียนเอ๋อร์ถังเอ๋อร์จึงไม่กล้าโน้มน้าวอีกต่อไปภายในห้องพิเศษพลันเงียบสงัดอีกครา ได้ยินแต่เสียงสายฝนดังอื้ออึงโดยรอบเท่านั้น บางครั้งยังได้ยินเสียงสังสรรค์สรวลเสเฮฮาจากร้านสุราและโรงเตี๊ยมละแวกใกล้เคียงแทรกเข้ามาอีกด้วย
เสียงล้อรถดังตัดผ่านม่านพิรุณ
เหลียนเอ๋อร์และถ