ังเอ๋อร์ต่างร่างสะท้าน
ทว่าเมื่อมองลงไปจากตรงหน้าต่าง รถม้าคันนั้นหาใช่รถม้าของจวนหย่งอี้โหวไม่ และไม่ได้จอดใต้เหลาเฉิงเซียว แต่จอดที่ร้านอาหารสี่เฉินซึ่งอยู่ฝังตรงข้ามของถนน มีคนรับใช้ลงมาจากรถก่อน เขากางร่มด้วยความเคารพนบนอบ รับคนในตัวรถลงมาเสื้อคลุมตัวยาวสีครามเข้ม หน้านิ่วคิ้วขมวดคล้ายไม่ชมชอบวันที่มีฝนตก
เครื่องหน้าถือว่าสง่างาม เพียงแต่มีนัยน์ตาที่ลึกเกินไปคู่หนึ่ง
มุมปากคล้ายประดับรอยยิ้มตลอดเวลา ทว่ายามมองคนกลับไม่ค่อยจริงใจ กระทั่งยังกอปรด้วยความเย็นชาชนิดหนึ่งซึ่งมีมาแต่กำเนิด
บทที่ 39 สายพิรุณแห่งการได้พานพบอีกครา(2)เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองแวบเดียวก็แทบจะนึกออก…
นั่นคือเฉินอิ๋ง
ขุนนางผู้ลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยมอันเลื่องชื่อของแคว้น รองเสนาบดีกรมอาญาคนปัจจุบันและเป็นคนที่เกือบจะเอาชีวิตจางเจอในชาติก่อน…
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้งในบัดดล
เห็นเฉินอิ๋งลงจากรถแล้วก็ถูกคนเชื้อเชิญเข้าไปในร้านอาหารสี่เฉินทันที ไม่นานนักภายในหน้าต่างซึ่งปิดสนิทบนชั้นสองก็บังเกิดเสียงโอภาปราศรัยกันอย่างครึกครื้น ต่อให้ขวางกั้นด้วยม่านพิรุณก็ยังได้ยินผู้คนเรียกขานด้วยความกระตือรือร้นว่า “ใต้เท้าเฉิน”
ขณะนี้เองเด็กรับใช้ประจำร้านก็เข้ามาเปลี่ยนชาร้อนให้เจียงเสวี่ยหนิง
นางจึงถามว่า “เย็นปั่านนี้แล้ว ทั้งยังฝนตกอีก เหลาเฉิงเซียวของพวกเจ้าไม่มีลูกค้า แต่ร้านอาหารสี่เฉ