ินที่อยู่ฝังตรงข้ามกลับคึกคัก”เด็กรับใช้ประจำร้านทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างตามสายตานางก่อนหัวเราะ “อ้อ ฝังตรงข้ามน่ะหรือขอรับ ได้ยินว่าใต้เท้าเฉินของกรมอาญาเลี้ยงแขก ผู้ที่ไปล้วนแต่เป็นขุนนางจากกรมอาญาทั้งสิ้น จะไม่มาร้านของเราก็เป็นเรื่องปกติ ครั้งก่อนใต้เท้าเฉินเพิ่งจะก้าวจากไป รองราชครูเซี่ย ก็มาถูกลอบโจมตีที่ร้านของพวกเราเสียแล้ว ใต้เท้าเฉินรู้สึกว่าไม่เป็นมงคล นับตั้งแต่นั้นจึงเปลี่ยนเป็นไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารสี่เฉินขอรับ”
เป็นเช่นนี้หรือ
สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงยังคงอยู่บนบานหน้าต่างที่มีเงาคนขยับวูบไหวฝังตรงข้ามเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้แล้ว
ต่อมาบานหน้าต่างเบื้องนอกก็ถูกผลักออกทำให้กลิ่นสุราและเสียงหัวเราะในห้องแพร่ออกมา ครั้นมองจากฟากของเจียงเสวี่ยหนิงก็จะเห็นผู้ที่อยู่ภายในห้องได้อย่างง่ายดาย แต่ละคนล้วนมีสีหน้าประจบประแจง
นางขมวดคิ้วทันที ตระหนักว่าในเมื่อนางมองเห็นผู้อื่นได้ ผู้อื่นก็ย่อมสามารถมองเห็นนางเช่นกัน จึงคิดจะหมุนกายกลับมาและเรียกให้เหลียนเอ๋อร์และถังเอ๋อร์ปิดหน้าต่างเสีย
แต่ตอนเพิ่งหมุนกายและกำลังจะเอ่ยปากนั่นเอง…ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ขณะบานหน้าต่างของร้านอาหารสี่เฉินที่อยู่ฝังตรงข้ามเปิดออกพลันย้อนกลับมาในหัวสมองอีกครั้ง แล้วหยุดนิ่งจดจ่ออยู่ตรงหัวมุมภายในห้องอันเงียบสงบแห่งหนึ่งราวกับม้วนภาพวาดก็ไม่ปาน
นางใจสั่นสะท้านเบา ๆ แม้แต่ร่างกายก็เหมือนจะแข็งทื