ื่อรู้ว่าข้าดีต่อเจ้า เจ้าก็ต้องดีกับตัวเองบ้าง จริงสิ ครั้งก่อนหาเงินได้ตั้งมากมายขนาดนั้น อย่าให้พี่หญิงรองของเจ้ารู้เรื่องเด็ดขาดเชียวนะ มิเช่นนั้นไม่แน่อาจไปสืบข่าวคราวเรื่อง ‘ช่องทางร่ำรวย’ ก็เป็นได้ นางรังแกข้า แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในวัง ข้าย่อมทนไหว ทว่าเจ้าอยู่ในจวน ข้ากลัวจริง ๆ ว่าพอเจ้าตกอยู่ในเงื้อมมือนางแล้วจะเกิดเหตุอันใดขึ้น ข้ารู้ว่าใจเจ้าอยากจะปกปั้องข้า แต่ห้ามเกิดความบาดหมางอะไรกับนางเพราะข้าเด็ดขาด…”
ถังเอ๋อร์และเหลียนเอ๋อร์ยืนอยู่ด้านนอก ครั้นได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกคุ้นหูจริง ๆ นี่ไม่ใช่สิ่งที่โหยวฟางอิ๋นเพิ่งจะพูดเมื่อสักครู่หรอกหรือ คุณหนูรองแทบจะใช้คำเดิมย้อนกลับไปเลยนะ
ทว่าโหยวฟางอิ๋นไม่รู้สึกถึงเรื่องนี้แม้แต่นิดเมื่อได้ยินถ้อยคำของนาง ร่างกายก็สั่นระริกเบ้าตาแดงทันที ศีรษะก้มต่ำลงไปอีกเล็กน้อย เพียงตอบรับเสียงเบาว่า “เจ้าค่ะ”
ครานี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงแสดงท่าทีวางใจ ใช้ให้คนส่งนางออกจากจวน
โหยวฟางอิ๋นออกทางประตูข้าง รถม้ายังคงรออยู่เบื้องนอก
สารถีรอจนสัปหงกแล้ว เมื่อเห็นนางออกมาถึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่า รีบถามว่า “คุณหนูตอนนี้ท่านจะไปที่ใดหรือขอรับ?”
มือของโหยวฟางอิ๋นกำขวดยาขวดเล็ก ยืนตรงขั้นบันได มองดูอยู่เนิ่นนาน
ใบหน้าไร้ความรู้สึก
ความโกรธขึ้งเดือดพล่านภายในใจนาง เพียงกำขวดยาขวดนี้จนแน่นอีกหน พูดเน้นทีละคำว่า“ไปจวนชิงหย่วนปั๋อ”
————-
โหยวฟางอิ๋นเพิ่งจะจากไป