่าย ดื่มสุราราดรดดับความกลัดกลุ้ม วัน ๆเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญบนนาเกลืออันเวิ้งว้างว่างเปล่าที่นอกจากบ่อร้างแล้วก็ปราศจากสิ่งอื่นใดทว่ามีอยู่วันหนึ่ง จู่ ๆ เขาก็ทำไหสุราร่วงหล่น
เขากดเศษไหสุราลงพื้นโดยยังไม่ทันได้สติ
บนพื้นคือดินที่แข็งกระด้าง เมื่อเขาใช้ฝั่ามือหนึ่งกดลงไป เศษไหสุราก็จมลงไปในดินช้า ๆ
พริบตานั้นเองที่ทำให้เขาซึ่งกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์และจิตใจอันมืดมนบังเกิดประกายแห่งปัญญา
เหรินเหวยจื้อเลิกดื่มสุราทันที กระทั่งว่าไม่ยอมออกข้างนอกและขังตัวเองอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน เขาซื้อตำราการก่อสร้างมาสารพัดอย่างถึงกับใช้เวลาไปสามเดือนเต็ม ทุ่มเทศึกษาค้นคว้า วาดภาพอันสลับซับซ้อนออกมาหลายแผ่น
แต่ตัวเขาในยามนี้ปราศจากเงินทองแล้ว
รอบด้านก็แทบจะไม่มีผู้ใดยินดีให้เขาหยิบยืมเงิน
เหรินเหวยจื้อจึงทำได้เพียงเดินทางมาเมืองหลวงด้วยตนเอง คิดจะขอความช่วยเหลือจากสหายของบิดาในกาลก่อนผู้หนึ่ง ครั้นสหายของบิดาได้ยินว่าเขามาก็ดูแลเป็นอย่างดี ทั้งยังยอมให้เขาหยิบยืมเงินเล็กน้อย แต่คิดไม่ถึงว่ายามเอ่ยว่าจะขอยืมเงินหลายพันจนถึงหมื่นตำลึงกลับถูกบอกปัดสารพัดเหรินเหวยจื้อเจรจาที่เมืองหลวงอยู่สองเดือนสุดท้ายก็ท้อแท้และสิ้นหวัง
เขาเป็นห่วงนาเกลือของที่บ้าน ฉะนั้นจึงแพร่งพรายข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือใหม่ที่ใช้เปิด‘บ่อร้าง’ ซึ่งตนเองศึกษาค้นคว้ามากับพ่อค้าเกลือคนอื่นในเมืองหลวง หวังว่าจะใช้การแบ่งผลกำไรขอ