ไปวางใกล้ ๆ บ่อเพื่ออาศัยความร้อนระเหยน้ำเกลือกรองน้ำเกลือ สุดท้ายก็เคี่ยวเกลือ
เกลือที่ผลิตออกมาเช่นนี้จะเรียกว่า ‘เกลือบ่อ’
เกลือบ่อของซื่อชวนส่งขายทั้งภาคเหนือและภาคใต้ มีชื่อเสียงยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้ตรงสถานที่ที่มีบ่อน้ำเกลือบาดาลเช่นนี้จึงมีนาเกลือทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนนับร้อยที่ดำเนินกิจการค้าเกลือส่วนตัว แม้แต่ราชสำนักก็ไม่อาจเข้ามาก้าวก่ายบรรพชนสามรุ่นของเหรินเหวยจื้อล้วนดำเนินกิจการนาเกลือ เมื่อตกมาอยู่ในมือเขาก็เป็นรุ่นที่สี่พอดี
แต่บ่อเพียงบ่อเดียวจะขุดได้ถึงร้อยปีหรือ
บ่อเกลือของซื่อชวนล้วนเป็น ‘บ่อตื้นขนาดใหญ่’ ทั้งสิ้น บ่อหนึ่งขุดได้ลึกเพียงระดับหนึ่งอย่างมากก็ทำได้แค่ขุดให้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อยเพื่อให้สูบน้ำเกลือได้เพิ่ม แต่เมื่อสูบน้ำเกลือ ระดับน้ำบาดาลจะค่อย ๆ ลดต่ำลง จนสุดท้ายก็จะลดจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าบ่อเกลือ ต่อจากนั้นไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่อาจสูบน้ำเกลือได้มากกว่านี้อีก
คราวนี้บ่อเกลือจะกลายเป็น ‘บ่อร้าง’นาเกลือก็จะล่มจมตามไปด้วย
สิ่งที่เหรินเหวยจื้อรับช่วงต่อคือนาเกลือที่เห็นก็รู้แล้วว่าใกล้ล่มจม บรรดาคนงานซึ่งว่าจ้างกันมาอย่างยาวนานที่จากก็จากไป ที่แยกย้ายก็แยกย้ายไป กิจการอันยิ่งใหญ่กำลังจะล่มสลาย
คนเราเมื่ออยู่ในภาวะสิ้นหวัง ครั้นต้องเผชิญแรงกดดันเช่นนี้กะทันหันก็ยากจะทนรับไหว
ดังนั้นช่วงเวลาสองปีอันแสนยาวนานหลังจากนั้น เขาใช้ทรัพย์สินเงินทองอย่างสุรุ่ยสุร