หนักเฟิงเฉินวันนี้ ความรู้สึกบางอย่างพลันเอ่อท้นในดวงตา
เขาหลับตาลงช้า ๆ กำลังขบคิดอะไรบางอย่าง
หลี่ว์เสี่ยนเอ่ยต่อ “จังหวะเช่นนี้ ความบังเอิญเช่นนี้ ทั้งเรื่ององครักษ์เสื้อแพร จวนหย่งอี้โหว คดีเก่าของผิงหนานอ๋อง เรื่องราวล้วนไม่มีทางง่ายดาย”
——–
พอเจียงเสวี่ยหนิงกลับมาถึงจวนตระกูลเจียงฟั้าก็มืดแล้ว
เห็นได้ชัดว่าข่าวเรื่องที่นางสอบผ่านด่านมารยาทพิธีการและการวัดระดับความรู้ จนสุดท้ายก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงแพร่มาถึงจวนแล้ว นางเพิ่งจะลงจากรถและเดินเข้าไปในจวน ตลอดทางก็มองเห็นทุกคนพากันแสดงความเคารพนบนอบต่างคนต่างแค้นใจที่ไม่อาจยิ้มจนมีบุปผาเบ่งบานอยู่บนใบหน้าสักสิบดอกได้
ท่าทีเช่นนั้นช่างต่างจากช่วงก่อนนางจะเข้าวังหลวงราวฟั้ากับดิน
หากไม่ใช่เพราะมีความทรงจำต่อการดูแคลนของคนในจวนเหล่านี้มาสองชาติอย่างลึกซึ้ง เกรงว่าแม้แต่เจียงเสวี่ยหนิงเองก็ยังไม่กล้าเชื่อเลยว่าหน้าตาของคนเราจะเปลี่ยนแปลงมหาศาลจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้
จากเหตุนี้จะเห็นได้ว่าการได้เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิง หรือการได้รับความชื่นชมจากเหล่าผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ภายในวังหลวงเป็นเรื่องมีเกียรติมากเพียงใด
เจียงปั๋อโหยวและเมิ่งซื่อยังไม่นอน ต่างรู้ว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะกลับบ้านวันนี้ จึงรอคอยอยู่
เจียงเสวี่ยหนิงกลับถึงจวนแล้วต้องไปคารวะคนทั้งสอง
นางมองออกว่าที่จริงเดิมทีทั้งคู่ไม่ได้ตั้งความห