ลงจากรถแล้วอดหันหน้ากลับไปมองเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ ก่อนจะซ่อนกล่องกลับเข้าไปในแขนเสื้อ เดินเลียบถนนที่ทอดยาวไปอย่างเชื่องช้าเจียงเสวี่ยหนิงมองโหยวฟางอิ๋นเดินจากไปไกล
ไกลขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายนางถึงกับออกมายืนบนเพลารถด้านนอก ทอดสายตามองเงาร่างนั้นจวบจนลาลับตา
*****
เซี่ยเวยม้วนกระดาษคำตอบเหล่านั้น และเมื่อเขาเดินออกจากวังหลวงมาตามถนนจูเชวี่ยที่ทอดยาวก็มองเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
รถม้าจอดอยู่ข้างทาง โดยมีนางยืนอยู่บนรถพลางทอดสายตามองออกไปไกล
ท้องฟั้าอันกระจ่างใสซึ่งหาได้ยากยิ่งยามฤดูสารท สายลมพัดพาเมฆที่ต้องแสงยามสายัณห์ส่วนนางก็ยืนอยู่ใต้หมู่เมฆที่ต้องแสงนี้
ขณะเจียงเสวี่ยหนิงหมุนกายและกำลังจะมุดเข้าตัวรถก็มองเห็นเขาซึ่งรั้งฝีเท้าอยู่ไม่ไกลพอดี
เดิมทีนางควรรู้สึกกลัว
แต่อาจเพราะวันนี้ได้พบโหยวฟางอิ๋นที่เป็นเช่นนี้จนดีใจเป็นล้นพ้น ยามนี้เมื่อเห็นเซี่ยเวยซึ่งแต่เดิมควรรู้สึกรังเกียจ กลับรู้สึกถูกชะตาขึ้นเป็นอันมาก
นางหยักโค้งริมฝีปาก ผงกศีรษะให้เขาครั้งหนึ่ง เพียงเอ่ยออกมาว่า “คารวะเซี่ยเซียนเซิง”
เซี่ยเวยไม่ได้ตอบ
เขารู้สึกเพียงว่ารอยยิ้มซึ่งประดับบนริมฝีปากนางได้ช่วยขจัดไอหมอกอันมืดหม่นที่กดทับร่างตนอยู่ทั้งหมดให้ปลาสนาการไปสิ้นในบัดดลสว่างสดใสอย่างหาได้ยากยิ่งนัก
เฉกเช่นท้องฟั้าในวันนี้เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ต้องการให้เขาตอบสิ่งใดนางแค่กล่าวทักทายเท่านั้น ต่อมาจึงเข้าไปในตัวรถ เรียก