‘ช่วยคลายความสงสัยตัวต่อตัว?’
นั่นก็แย่แล้วน่ะสิ
เจียงเสวี่ยหนิงใจเต้นรัว ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “ไม่รบกวนเซี่ยเซียนเซิงแล้วเจ้าค่ะ! ในเมื่อผู้ที่ตกรอบปราศจากข้อสงสัย เสวี่ยหนิงก็ยิ่งปราศจากข้อสงสัยเช่นกัน หากต้องรบกวนเซียนเซิงก็ถือเป็นการล่วงเกินแล้วจริง ๆ !”
เซี่ยเวยยังคงมองนางอยู่ “ไม่ต้องจริงหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงรีบแสดงรอยยิ้มฝืดเฝือน กล่าววาจาตะกุกตะกัก “มะ ไม่ต้อง ไม่ต้องจริง ๆ เจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยละสายตาอย่างเรียบเฉย “ในเมื่อทุกคนปราศจากข้อสงสัยแล้ว เช่นนั้นการสอบในวันนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ หวังว่าคุณหนูที่ไร้วาสนาจะได้เป็นสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่ทั้งหลาย เมื่อกลับจวนไปแล้วจะมุ่งมั่นใฝั่หาความรู้ ตั้งใจอ่านตำรากันต่อไป ส่วนทุกคนที่โชคดีได้อยู่เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่ต่อไปนั้น หลังจากวันนี้ให้เก็บข้าวของและกลับจวนเพื่อไปเตรียมตัวสักสองวัน หลังจากนั้นก็เข้าวังเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาอย่างเป็นทางการ ข้าและเซียนเซิงจากสำนักบัณฑิตทั้งหลายจะใช้ช่วงเวลาหลายวันนี้เตรียมการบ้านที่จะมีต่อไปในอีกครึ่งปี นับจากวันนี้เป็นต้นไปทุกคนกับพวกข้าจะมีสถานะเป็นศิษย์กับอาจารย์หวังว่าจะไม่ทำตัวหย่อนยาน ในเมื่อได้รับโอกาสมาแล้ว ครึ่งปีต่อจากนี้ต้องได้อะไรกลับไปเช่นกัน”
จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างไร้ต้นสายปลายเหตุ
คนที่ได้อยู่ต่อพากันจิตใจสั่นสะท้านเล็ก ๆ
ทุกคนต่างโค้งคำนับ “เจ้าค่ะ เซียนเซิง”