หลังจากนั้นก็ถอยออกมาจากตำหนักกันหมดเข้าร่วมการสอบสิบสองคน สุดท้ายเหลืออยู่แปดคน มีเซียวซูเป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นจึงเป็นเฉินซูอี๋ เหยาซี โจวเปั่าอิง ฟางเมี่ยว โหยวเย่ว์เหยาหรงหรง และเจียงเสวี่ยหนิง
นอกจากเจียงเสวี่ยหนิงที่มีสีหน้าชอกช้ำแล้วคนอื่นต่างดีอกดีใจกันไม่มากก็น้อย
โจวเปั่าอิงมีจิตใจของเด็กสาว ครั้นดีใจก็ไม่อาจควบคุมตัวเอง เพิ่งจะเดินออกมาจากตำหนักเฟิงเฉินก็เต้นแร้งเต้นกาเสียแล้ว “สวรรค์ข้าผ่านเข้ารอบด้วย! มิหนำซ้ำเซี่ยเซียนเซิงยังไม่ได้เข้มงวดอย่างที่ท่านพ่อกล่าวไว้อีกต่างหาก!น้ำเสียงยามเอ่ยวาจาช่างน่าฟังเหลือเกิน! เดิมนึกว่าการเข้าวังมาเป็นพระสหายร่วมศึกษาจะลำบากมากเสียอีก แต่นี่ยังดี ๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือไร? ต้องโทษท่านพ่อที่หลอกให้ข้าตกใจกลัว!”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดในใจว่า นั่นเพราะเจ้าไม่เคยเจอตอนที่เขาเข้มงวดน่ะสิ ตกใจจนตายยังเบาไปเสียด้วยซ้ำ
ฟางเมี่ยวเดินมาข้างกายเจียงเสวี่ยหนิงด้วยท่าทางอันเป็นธรรมชาติยิ่งนัก คล้องแขนนางอย่างสนิทสนม มองนางราวกับเป็นผู้มีพระคุณอย่างไรอย่างนั้น “คุณหนูรองเจียงช่างเป็นคนดีเสียจริง! ก่อนหน้านี้ตอนข้าเห็นข้อสอบที่ส่งมาก็อยากจะกอดและหอมท่านสักฟอดแล้ว ตำราที่ท่านให้ข้าอ่านเมื่อเช้าออกข้อสอบทั้งหมดเลย!ถ้าหากไม่ได้คุณหนูรองเจียงชี้แนะ คิดว่าวันนี้ข้าคงถูกคัดออกแล้วเช่นกัน!”เหยาหรงหรงเองก็พอผ่านมาได้อย่างกล้อมแกล้ม
ครั้นได้ฟังคำกล่าวนี้ของฟางเมี