่ยว นางก็ก้มหน้ากล่าวด้วยท่าทางขลาดกลัว “ใช่แล้ว ต้องขอบคุณพี่หญิงจากตระกูลเจียงเหลือเกิน เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าจะสอบอะไรอย่างไรอย่างนั้น เดาได้แม่นยำยิ่งนัก”
ขณะที่ทุกคนได้ยินคำกล่าวของฟางเมี่ยวยังไม่รู้สึกอะไร แต่ครั้นได้ยินคำกล่าวนี้ของเหยาหรงหรงก็เริ่มบังเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดเล็กน้อยขึ้นมาทันที
เซียวซูเดินอยู่เบื้องหน้า พลันหันกลับมามองเหยาหรงหรงแวบหนึ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงรูม่านตาหดเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่นางตรึกตรองอย่างจริงจัง เหยาหรงหรงผู้นี้เกิดมาพูดจาไม่เก่งจริง ๆ หรือจงใจทำกันแน่
นางมองสำรวจเหยาหรงหรง แต่อีกฝั่ายยังคงแสดงท่าทีขลาดกลัวและอ่อนแอดังเดิม ไม่กล้าแม้แต่จะมองสูงขึ้น คนเห็นแล้วก็รู้สึกว่านางทั้งขี้ขลาดทั้งน่าสงสาร
ฟางเมี่ยวยังขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “เหตุใดคนอย่างเจ้าถึงพูดจาไม่เป็นขนาดนี้นะ?”
เหยาหรงหรงพลันหดร่างตัวสั่นงันงกอีกครา
ฟางเมี่ยวไม่กล้าต่อว่าอะไรนางอีก รู้สึกอัดอั้นในอกไม่อาจระบายอย่างน่าประหลาด ทำได้เพียงหันหน้าไปกล่าวกับเจียงเสวี่ยหนิง “คุณหนูรองเจียงช่างร้ายกาจเสียจริง พวกเราส่วนใหญ่ใกล้ชิดกับเซี่ยเซียนเซิงเป็นครั้งแรก แต่ท่านกลับขวัญกล้ายืนขึ้นมาคิดจะให้เซี่ยเซียนเซิงตรวจกระดาษคำตอบอีก ตอนนั้นข้าตกใจแทบตาย!คิดว่าหากเซี่ยเซียนเซิงลงโทษท่านจะทำเช่นไร?”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังความหมายที่แฝงในคำพูดของนางก็คิดว่าตนตามหาสหายที่หาได้ยากยิ่งของตนพบแล้ว
คิดไม่ถึงว่าประ