โยคถัดมาของฟางเมี่ยวกลับเปลี่ยนหัวข้อ พูดด้วยใบหน้าเปียมรอยยิ้ม “ผลกลับกลายเป็นว่าเซี่ยเซียนเซิงช่างเป็นคนดีจริง ๆไม่ได้ถือสาหาความท่านเลย ไม่เพียงจบด้วยดี แต่ยังบอกอีกว่าจะช่วยชี้แนะท่านตัวต่อตัว ช่างเป็นวิญูชนผู้ไม่ถือตนเสียจริง ได้เจอเซียนเซิงเช่นนี้พวกเราช่างโชคดีเหลือเกิน!”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
คำพูดที่ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมาพลันติดในลำคอทั้งหมด
เฉินซูอี๋ซึ่งก่อนหน้านี้เอ่ยวาจาน้อยแสนน้อยยังแสดงความเห็นด้วยอย่างหาได้ยาก กล่าวคล้อยตามเสียงเบา “ท่านพ่อข้าเคยบอกว่าทั้งการกระทำและความประพฤติของเซี่ยเซียนเซิงปราศจากจุดบกพร่อง โดยเฉพาะด้านวิชาการไม่เคยกระทำอย่างขอไปทีมาก่อน หลังจากเข้าวังขอเพียงตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เซี่ยเซียนเซิงไม่มีทางสร้างความลำบากให้ผู้ใดแน่ นับเป็นเซียนเซิงผู้ล้ำเลิศยิ่งนักคนหนึ่ง อีกอย่าง หากข้าศึกษาได้สักกระผีกหนึ่ง ก็ไม่เสียทีที่ได้เข้าวังแล้ว”
ครั้นได้ฟังคำพูดของนาง เจียงเสวี่ยหนิงพลันรับรู้ถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ตนไม่เคยนึกถึง นั่นคือเซี่ยเวยในตอนนี้ยังไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับคำว่า ‘โจรกบฏ’ ทั้งยังไม่ได้เผยโฉมหน้าฝังการเข่นฆ่าสังหาร และยังไม่ได้เผยความแค้นที่มีต่อตระกูลเซียวและเชื้อพระวงศ์ด้วย เขาคือผู้มีสติปัญญาอันปราดเปรื่องไร้ที่ติและเป็นนักปราชญ์ผู้มีคุณธรรมสูงส่งในสายตาของทุกคน มีเพียงนางที่คิดว่าเขาเป็นคนเลว ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดเข้าใจว่