านางจะระวังปั้องกันรู้สึกหวาดระแวง หรือแม้กระทั่งหวาดกลัวเซี่ยเวยมากเพียงใด
เหตุการณ์ที่เหลาเฉิงเซียวปรากฏตรงหน้าอีกครา วันนั้นเซี่ยเวยรับปากมือสังหารว่า ‘จะไม่มีวันทำอันตรายถึงชีวิตท่านแน่’ แต่ยามมือสังหารผู้นั้นโผล่หน้าออกไป ลูกเกาทัณฑ์ก็เจาะทะลุกะโหลกศีรษะเขาอย่างไม่ไว้ไมตรี!
ส่วนเซี่ยเวยกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง เหมือนก่อนหน้านี้ตนเองไม่เคยรับปากใด ๆ กับมือสังหาร
ผู้ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายและมีความคิดล้ำลึกเช่นนี้ ทั้งที่เริ่มสงสัยนางแล้ว แต่อีกไม่นานกลับจะมาเป็นอาจารย์ของนาง! ส่วนวังหลวงก็ยังเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดไปเสียทุกอย่างแล้วนางต้องทำเช่นไรถึงจะหนีออกไปจากทางตันนี้ได้อย่างแคล้วคลาดปลอดภัย
เพียงคิด เจียงเสวี่ยหนิงก็หนาวเหน็บไปทั้งร่าง
เดินไปเดินมานางก็หยุดฝีเท้า
พวกฟางเมี่ยวต่างกำลังสนทนากันว่าหลังออกจากวังหลวงครั้งนี้ควรเตรียมสิ่งใดยามกลับมาอีกครา และกำลังคิดจะถามเจียงเสวี่ยหนิงว่าจะนำของน่าสนุกอะไรกลับมาอยู่พอดีกลายเป็นว่าครั้นหันหน้ากลับมาก็ไม่พบคนเสียแล้ว พวกนางจึงประหลาดใจกันทันที “เอ๊ะคุณหนูรองเจียงเล่า?”
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ใต้กำแพงวังอันสูงตระหง่าน ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ฟางเมี่ยวเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ ถึงพบว่านางมีสีหน้าแปรเปลี่ยนหลากหลาย ประหนึ่งกำลังเกิดความขัดแย้งในใจและกำลังจะตัดสินใจเรื่องที่ยากลำบากมากอย่างไรอย่างนั้น จึงอดตกใจไม่ได้“ท่านไม่เป็นอะไรนะ?”
เจ