ียงเสวี่ยหนิงเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง จู่ ๆก็เงยหน้าพูดว่า “ข้าจะกลับไปหาเซี่ยเซียนเซิง”
ฟางเมี่ยวเบิกตาโพลง “กลับไปหาเซี่ยเซียนเซิง?”
เจียงเสวี่ยหนิงกุมมือนาง กล่าวอย่างจริงจัง“หากผ่านไปสองเค่อแล้วข้ายังไม่กลับไปที่เรือนหยางจื่อ คุณหนูฟางต้องมาช่วยข้าที่ตำหนักเฟิงเฉินนะ!”
ฟางเมี่ยวรู้สึกงุนงงสงสัย ขณะกำลังจะพูดว่า‘ท่านเพียงกลับไปหาเซี่ยเซียนเซิง แล้วจะมีอันตรายอะไรให้ข้าถึงกับต้องไป ‘ช่วย’ ได้เล่า?’แต่พอเจียงเสวี่ยหนิงกำชับเสร็จก็ปล่อยมือทันทีหมุนกายด้วยความแน่วแน่ ยกชายกระโปรงเดินย้อนกลับไปอย่างเร็วรี่!
ไม่นานนักก็อ้อมกำแพงวังใหม่อีกหน แล้วกลับเข้าไปในตำหนักเฟิงเฉิน
ขณะนี้เซี่ยเวยกำลังม้วนกระดาษคำตอบที่อยู่บนโต๊ะ สนทนากับเซียนเซิงทั้งสามอีกสองสามประโยค และกำลังจะเดินเข้าไปในตำหนักข้างกลายเป็นว่าเพิ่งจะเงยศีรษะขึ้นมาก็มองเห็นเงาร่างคุ้นตาปรากฏตรงประตูตำหนักอีกครั้ง
เซียนเซิงคนอื่นต่างมองเห็นเช่นกัน อดตะลึงงันไม่ได้ มองเซี่ยเวยด้วยความลังเล “รองราชครูเซี่ย?”เซี่ยเวยคิดไม่ถึงว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะกล้าย้อนกลับมาเช่นกัน
เขายิ้มให้ผู้อื่นทีหนึ่ง “ข้าอยู่จัดการเรื่องราวต่อเอง ใต้เท้าผู้อาวุโสทั้งหลายไปก่อนก็ได้ พรุ่งนี้เมื่อไปที่สภาฮั่นหลินแล้ว ข้าค่อยหารือเนื้อหาที่จะใช้บรรยายอีกครั้งก็ยังไม่สายขอรับ”
เดิมทีเซียนเซิงทั้งหลายไม่อยากจะสอดมือยุ่งเกี่ยวเรื่องการสอนองค์หญิงสักเท่าไรอยู่แล้วม