ิหนำซ้ำยังไม่ได้เห็นกระดาษคำตอบของเจียงเสวี่ยหนิงด้วย พวกเขาจึงนึกเพียงว่าลูกศิษย์สตรีนางนี้ต้องการทวงความเป็นธรรมให้พระสหายร่วมศึกษาที่ถูกคัดออกบางคน ใจจริงพวกตนอยากหลบออกไปจะแย่ ครั้นได้ยินเซี่ยเวยกล่าวเช่นนี้จึงกล่าวลาและเดินออกจากตำหนักไปกันหมด
บทที่ 31 ตระหนักได้แล้ว (2)เซี่ยเวยโบกมือครั้งหนึ่ง เหล่านางกำนัลต่างถอยออกไปเช่นกัน
ในตำหนักเฟิงเฉินซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีคนอยู่จำนวนไม่น้อยพลันเงียบเชียบวังเวง
เงาร่างซึ่งสวมชุดนักพรตของเซี่ยเวยอยู่กลางแสงแดดกึ่งมืดกึ่งสว่างภายในตำหนัก เผยความสงบปลอดโปร่งเหนือโลกียวิสัยขึ้นมาหลายส่วนอย่างชัดเจน เขามีใบหน้านิ่งเฉย เอ่ยขึ้นว่า “สิ่งที่คุณหนูรองหนิงใคร่ถามเกรงว่าคงไม่ใช่กระดาษคำตอบของผู้อื่น แต่เป็นกระดาษคำตอบของตนเองใช่หรือไม่?”
เจียงเสวี่ยหนิงกลัวว่าหากผ่านไปนานเข้าจะบังเกิดเพลิงโทสะในใจ
การเข้าวังครั้งนี้อยู่เหนือความคาดหมายของนางมาตั้งแต่แรก
เยี่ยนหลินสอดมือเข้ามาก่อน บังคับให้เสิ่นจื่ออีส่งชื่อของนางขึ้นไป จากนั้นเสิ่นจื่ออีก็ไปจัดการเรื่องที่กรมพิธีการ ให้นางได้รับคัดเลือกเข้าวังหลวงเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษา ทั้งยังฝากฝังนางข้าหลวงว่าอย่าสร้างความลำบากให้นางอีก
พอมาถึงเซี่ยเวย เดิมทีนางนึกว่าควรจะดีขึ้น
ถึงอย่างไรคนผู้นี้เรื่องอื่นไม่เท่าไร แต่เรื่องวิชาการเข้มงวดจนเลื่องชื่อ
กลับคาดไม่ถึงเป็นอย่างยิ่งว่ากระดาษคำตอบที่ไม่ได้แสดงความร