ู้ความสามารถและขัดต่อหลักการที่มีแต่โบราณมาแผ่นนั้น เซี่ยเวยจะให้นางผ่านประหนึ่งแกล้งหลับตาให้ข้างหนึ่ง!
หลักการเรื่องวิชาการของคนแซ่เซี่ยไปอยู่ที่ใดแล้ว?!
ประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นในชาตินี้ค่อย ๆซ้อนทับกับชาติก่อน ความเดือดดาลที่ตนเองไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อันเบาบางค่อย ๆครอบงำความหวาดกลัวที่นางมีต่อเซี่ยเวย และทำให้นางบังเกิดความกล้าขึ้นมาอีกหลายส่วนจนกล้าจะตั้งคำถามในสภาวะอับจนหนทางเช่นนี้
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ในตำหนักโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ท่าทางคล้ายต้องการบีบเค้นให้ตอบคำถาม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ผู้คนในใต้หล้าต่างรู้ว่าเซี่ยเซียนเซิงเป็นนักปราชญ์เข้มงวดเรื่องวิชาการ นอกจากรักชอบพิณแล้วก็รักชอบตำรับตำรา แต่วันนี้เสวี่ยหนิงรู้ว่าตนความรู้ตื้นเขิน กระดาษคำตอบก็เขียนตอบส่งเดชไปอย่างนั้น ผู้ที่ไม่ว่าจะตอบเช่นไรก็ย่อมดีกว่าข้ากลับจากไป แต่ข้าซึ่งเป็นผู้เลอะเลือนคนหนึ่งกลับได้อยู่ต่อรึ?”
เซี่ยเวยยิ้มเรียบ ๆ “คุณหนูรองหนิงไม่เสแสร้งแล้ว”เจียงเสวี่ยหนิงไม่เอ่ยวาจา
เซี่ยเวยเพียงคีบกระดาษคำตอบซึ่งวางอยู่ท่ามกลางกระดาษคำตอบขึ้นมาด้วยปลายนิ้วแล้วโบกสะบัด ก่อนจะอ่านออกเสียง “ขงจื่อกล่าวว่า สวรรค์ประทานคุณธรรมให้ข้า แล้วหวนถุยจะทำสิ่งใดกับข้าได้? โปรดอภิปรายโดยยึดคำว่า ‘คุณธรรม’ เป็นหลัก คุณหนูรองหนิงเขียนตอบว่า ปราชญ์ขงจื่อไม่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมและหวนถุย หวนถุยไม่อาจสังหารปราชญ์