ขงจื่อเนื่องด้วยหวนถุยไม่ได้ความเอง เลือกฟันต้นไม้ทว่าไม่ฟันคนเสียแทน ส่วนที่ปราชญ์ขงจื่อหนีรอดไปได้ เป็นเพราะปราชญ์ขงจื่อและลูกศิษย์เห็นโอกาสอย่างรวดเร็ว ทำให้หนีได้ทันท่วงทีเรื่องเหล่านี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับ ‘คุณธรรม’ อยู่แล้วย่อมไม่อาจนำมาอภิปรายได้ จากนั้นก็เขียนอีกว่าผู้ใดบอกว่าหวนถุยไม่อาจทำอะไรปราชญ์ขงจื่อได้? ตัดศีรษะ ใช้รถม้าบดขยี้ มัดนาบกับเสาทองแดงที่มีไฟร้อนระอุ วิธีจัดการเขามีมากมายหรือไม่ก็จับปราชญ์ขงจื่อไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วโรยเกลือใส่ในซึ้งแล้วรอให้เขาเปือยยุ่ย หรือไม่ก็จับปราชญ์ขงจื่อนำไปหมักดองแล้วห่อด้วยแปั้งตามด้วยโยนลงกระทะน้ำมัน ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง…”
เสียงของเขาน่าสดับรับฟังยิ่งนัก
เพียงแต่ยิ่งน่าฟังเพียงใด ยามเขาอ่านประโยคเหล่านี้ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก็ยิ่งทำให้คนหลังศีรษะเย็นวาบ
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกว่าความห้าวหาญไม่สนใจความตายที่ผุดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเมื่อครู่เริ่มเลือนหายไปจากร่างนางแล้ว
เซี่ยเวยไม่เคยสอน ‘ลูกศิษย์’ ที่ตึงมือเยี่ยงนี้มาก่อน เมื่ออ่านจบก็เงยศีรษะขึ้นจ้องมองนาง“ข้าอ่านตำราของท่านนักปราชญ์มานานหลายปีแต่กลับไม่รู้เลยว่าจะมีวิธีการจัดการปราชญ์ขงจื่อตั้งมากมายปานนี้ เหตุใดคุณหนูรองหนิงถึงไม่เขียนว่าให้ปรุงรสและกินดิบ ๆ ลงไปเลยด้วยเล่า? ศึกษาเล่าเรียนไม่เห็นเรียนได้หลักการอะไรสักอย่าง แต่หลักการในการประกอบอาหารกลับเข้าใจอย่างถ่องแท้”คำกล