่าวนี้แฝงนัยประชดประชันอย่างชัดเจน
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินแล้วก็ไม่สบอารมณ์ แย้งกลับทันควัน “หลักการในการประกอบอาหารเมื่ออยู่ต่อหน้าเซี่ยเซียนเซิง ไหนเลยจะกล้ากระทำตัวเช่นการอยู่หน้าบ้านหลู่ปานแล้วกวัดแกว่ง[1]…”
คำว่า ‘ขวาน’ ติดอยู่ในลำคอ นางพลันรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายเท้าไล่มาตามกระดูกสันหลังและลามถึงท้ายทอย นางตัวสั่นสะท้านในฉับพลัน!
แย่แล้ว…
คำพูดนี้ไม่ควรเอ่ยเลย!
“…”
นิ้วมือเรียวยาวที่คีบกระดาษคำตอบแผ่นนั้นของเซี่ยเวยเกร็งเขม็งทันที โครงนิ้วที่งอขึ้นมาราวกับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำที่กำลังจะปะทุ
ทว่าอีกอึดใจต่อมาก็ผ่อนคลาย
เขาวางกระดาษคำตอบแผ่นนั้นกลับลงไปอย่างเอื่อยเฉื่อย เพียงหยักยกมุมปากเล็กน้อยพร้อมเอ่ยเสียงเบาว่า “เดิมทีนึกว่าคุณหนูรองหนิงลืมเรื่องเมื่อสี่ปีก่อนจนหมดสิ้นแล้ว คิดไม่ถึงว่ากลับยังจดจำได้”เจียงเสวี่ยหนิงสั่นเทาไปทั้งร่าง คิดจะหนี แต่สติสัมปชัญญะกลับควบคุมนางไว้ ตรึงสองเท้านางนิ่งอยู่กับที่ ไม่อาจเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย นางฝืนแสร้งทำตัวเยือกเย็น ตอบกลับไปว่า “เป็นเสวี่ยหนิงที่เสียมารยาท พูดจาเหลวไหลไปชั่วขณะ หวังว่าเซียนเซิงจะให้อภัย วันนี้ที่เสวี่ยหนิงมาเพราะอยากถามเรื่องกระดาษคำตอบเท่านั้นจริง ๆ ขอเซี่ยเซียนเซิงโปรดชี้แจงแถลงไขด้วยเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยเอ่ยวาจาด้วยความสุภาพเหลือแสน“กระดาษคำตอบของคุณหนูรองหนิงดูแล้วออกจะต่างจากคนธรรมดาทั่วไปจริง ๆ ความคิดหลุ