ถึงแม้จะเสนอโดยแต่ละตระกูลและคัดเลือกโดยกรมพิธีการ ทว่ารายชื่อที่กรมพิธีการตัดสินเสร็จแล้ว สุดท้ายก็ต้องส่งมาให้คนแซ่เซี่ยตรวจพิจารณาและตัดสินถึงจะแจ้งเรื่องลงไปได้อยู่ดี หมายความว่าชื่อของเจ้าผ่านตาคนแซ่เซี่ยมาแล้วรอบหนึ่งนั่นเอง”หากเขาไม่เห็นด้วย…
ไม่ว่าจะเป็นชื่อของผู้ใดก็ต้องถูกคัดออกจากใบรายชื่อทั้งสิ้น!
คำพูดนี้ประหนึ่งสายอสุนีบาตฟาดลงมา ทำเอาเจียงเสวี่ยหนิงมึนงงทันที
ที่แท้เซี่ยเวยก็มีส่วนร่วมด้วย!
ดังนั้นข้อกังขาที่ว่า ‘แท้จริงแล้วผู้ใดเป็นคนทำให้ข้าได้เข้าวัง’ ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ก็ได้คำตอบกระจ่างแล้ว ทำให้นางตระหนักรู้ได้ในสภาพที่ร่างใกล้จะแหลกสลายเต็มทน…ไม่ใช่ ‘ผู้ใดเป็นคนทำ’ แต่เป็น ‘ทุกคนเป็นคนทำ’ ต่างหากเล่า
สมองของเจียงเสวี่ยหนิงพลันสับสน
นางอยากด่าคน
ส่วนเซี่ยเวยกลับยืนมองนางอย่างสงบนิ่งความคิดอ่านอันลึกซึ้งหลายอย่างฉายวาบในดวงตา ทันใดนั้นก็ยิ้มแย้มแล้วเอ่ยว่า “เจ้าไม่ยินยอมเป็นพระสหายร่วมศึกษาเช่นนี้ กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าปิดปากเช่นนั้นหรือ?”——————–1. กวัดแกว่งขวานหน้าบ้านหลู่ปาน เป็นสำนวน หมายถึง การแสดงความสามารถที่ไม่เก่งกาจต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ สื่อถึงการไม่รู้จักประมาณตน พ้องกับความหมายสำนวนไทยคือ สอนหนังสือสังฆราช หรือสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ2. บทวิพากษ์หลิวโหว เป็นร้อยแก้วเขียนโดยซูซื่อ นักเขียนแห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ ว่าด้วยการสรรเสริญจางเหลียงหรือหลิวโหวซึ่งเป็นกุนซือท