ยหารู้ไม่ว่าสตรีธรรมดาทั่วไปไม่มีผู้ใดอ่านสิ่งนี้ดังที่เซี่ยเวยกล่าวมา?!
นางพลันแววตาสว่างวาบ เค้นมันสมองคิดหาข้ออ้างเหมาะ ๆ ให้ตนเอง
คาดไม่ถึงว่าเซี่ยเวยกลับหนีบม้วนกระดาษคำตอบเดินออกไปจากตำหนักแล้ว
ครั้นเดินผ่านข้างกายนาง ถึงค่อยชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เอ่ยขึ้นมาว่า “ตอนนี้เจ้ากำลังคิดว่าจะหาเหตุผลเช่นไรมาโน้มน้าวคนแซ่เซี่ย ทำให้กระดาษคำตอบของเจ้าไม่ผ่านเข้ารอบ จะได้หนีพ้นจากการเป็นพระสหายร่วมศึกษาและได้ออกจากวังกลับจวนไปใช่หรือไม่?”
พอเจียงเสวี่ยหนิงเห็นเขาเข้ามาใกล้ก็อดถอยหลังครึ่งก้าวไม่ได้
เซี่ยเวยพลันหัวเราะ “หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงอะไรกับคนแซ่เซี่ยแล้วจริง ๆประการแรก หลายวันก่อนบิดาของเจ้าฝากฝังให้ข้าดูแลคุณหนูรองหนิงยามอยู่ในวังหลวงให้มากสักหน่อย ประการที่สอง เมื่อวานเยี่ยนซื่อจื่อมาหาข้าแล้วคัดลอกข้อสอบไปชุดหนึ่ง ทั้งยังขอให้คนแซ่เซี่ยชี้แนะคุณหนูรองหนิงให้ดีอีกด้วยประการที่สาม คนโบราณกล่าวเอาไว้ไม่ใช่หรือบุญคุณดั่งหยดน้ำ ตอบแทนดั่งสายธาร…”เจียงเสวี่ยหนิงช้อนดวงตามองเขาทันที
ลางสังหรณ์ไม่ดีพรรค์นั้นอีกแล้ว
คิ้วและนัยน์ตาเซี่ยเวยมีแต่ความสงบเยือกเย็น สวมชุดสีครามตลอดร่าง ให้ความรู้สึกสูงตระหง่านดั่งขุนเขา เพียงเอ่ยออกมาว่า “คุณหนูรองหนิงเข้ารับการคัดเลือกเป็นพระสหายร่วมศึกษามาหลายวันแล้ว กลับไม่เคยได้ยินมาก่อนหรือไร? การคัดเลือกรายชื่อเข้าวังมาเป็นพระสหายร่วมศึกษา