ื่นจับพิรุธได้ ฉะนั้นจึงอดทนต่อไปจนฟั้าค่อย ๆ มืดลงถึงเริ่มปฏิบัติด้วยความคล่องแคล่ว ทำเหมือนว่าหัวหน้ากองซูประสบความสำเร็จในการสอนมากขึ้นเรื่อย ๆและนางปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานอันแสนจะเข้มงวดของหัวหน้ากองซูได้อย่างเชื่องช้าแล้วอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อสิ้นสุดการสอน หัวหน้ากองซูเผยสีหน้ายินดีอย่างหาได้ยากยิ่ง มองนางพร้อมชี้มาและกล่าวกับผู้อื่นว่า “นี่แสดงให้เห็นว่าต่อให้พรสวรรค์จะย่ำแย่สักเพียงใดก็ไม่เป็นปัญหา นับแต่โบราณมามีคำพูดประโยคหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า‘สกุณาโง่เขลาโผบินก่อน’ ‘ความขยันหมั่นเพียรชดเชยความโง่งมได้’ ขอเพียงยอมพากเพียร ก็ย่อมเอาชนะความยากเข็ญที่มีอยู่มากมายบนโลกนี้สำเร็จ วันนี้คุณหนูรองเจียงทำได้ดีมาก พวกท่านต้องเอานางเป็นแบบอย่าง”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
ผู้อื่นต่างก่นด่าในใจว่าหากทำแบบนี้ก็เป็น‘แบบอย่าง’ ได้ เช่นนั้นทุกคนก็คงไม่ต้องเข้าวังหลวงแล้ว แต่ปากกลับเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกันว่า “เจ้าค่ะ ขอบคุณหัวหน้ากองซูที่ชี้แนะ”
หัวหน้ากองซูจึงบอกให้พวกนางแยกย้ายกันไปได้ ส่วนตัวเองก็พานางข้าหลวงจากกองพระราชพิธีทั้งสามคนจากไป
ขณะนี้เป็นสภาพอากาศของช่วงปลายฤดูสารท ทว่าเจียงเสวี่ยหนิง กลับเหงื่อท่วมร่างครั้นเห็นคนจากไปแล้วก็คร้านจะโอภาปราศรัยกับผู้ใด รีบกลับเข้าห้องของตน สั่งนางกำนัลของเรือนหยางจื่อให้ตระเตรียมน้ำสุคนธ์เพื่อชำระล้างร่างกายตนเอง
ส่วนคนอื่นต่างต้องการรั้งท้ายอยู่เล็กน้