อย
เฉินซูอี๋ บุตรีเฉินอวิ๋นจิ้นมหาบัณฑิตแห่งสำนักมหาบัณฑิตเดินอยู่ข้างกายเซียวซูพร้อมเหยาซี
ครั้นนางเห็นเหยาซีซึ่งไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ดวงตาก็เป็นประกายวาบเล็กน้อย เอ่ยกับเซียวซูด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “แม้ข้าจะไม่ค่อยได้พบองค์หญิงใหญ่บ่อยเท่าใด แต่ก็เห็นพระองค์ทรงปฏิบัติกับผู้ใดดีเช่นนี้น้อยยิ่งนัก คุณหนูรองเจียงก็แค่แต่งพระพักตร์ให้พระองค์เพียงเล็กน้อยเองไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดถึงทำให้องค์หญิงทรงปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ได้เล่า?”
เฉินซูอี๋ไม่ได้ไปจวนชิงหย่วนปั๋อ จึงไม่รู้เรื่องราวเป็นธรรมดา
ทว่าเซียวซูกลับอยู่ในเหตุการณ์โดยตลอด
นางเล่นพัดหอมอันวิจิตรบรรจงในมือ ดวงตาหลุบต่ำขณะหัวเราะ มิได้แฝงความหวาดระแวงหน่อย ๆ เช่นเฉินซูอี๋ ตรงกันข้ามกลับผ่อนคลายสบายอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด “หากเพียงแต่งพระพักตร์ให้คราหนึ่งย่อมไม่ถึงขั้นนี้แน่ สิ่งสำคัญคือคำพูดที่เอ่ยออกไปในยามนั้นต่างหาก คำพูดเช่นนั้น ซูอี๋ ทั้งเจ้าและข้าชาตินี้ก็ไม่มีวันพูดออกมาได้”
เฉินซูอี๋มีท่าทีครุ่นคิด
*****
เนื่องจากทุกคนมารวมตัวกันในสถานการณ์แห่งนี้เป็นครั้งแรก ทั้งยังเข้าวังหลวงเป็นหนแรกอีกด้วย ครั้นล่วงเข้ายามราตรี ต่างชำระล้างร่างกาย แต่งตัว และรับประทานอาหารเสร็จแล้วไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นต้นคิดบอกให้ทั้งหมดมารวมตัวกันที่หอหลิวสุ่ยซึ่งเป็นสถานที่สำหรับอ่านตำราและดื่มน้ำชาเพียงแห่งเดียวของเรือนหยางจื่อเดิมทีเจียงเสวี่ยหนิงมิได้สนใ