่าวกับเจียงเสวี่ยหนิงว่า “ที่ ที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
นางไม่ได้รู้สึกโกรธ เพียงรู้สึกว่าอีกฝั่ายน่าสงสารชาติก่อนนางไม่ได้คบค้าสมาคมกับเหยาหรงหรง ส่วนชาตินี้ก็ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความลำบากใจให้ด้วย นางจึงพูดกลั้วหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ “ไม่เป็นไร เดิมทีข้าก็โง่เขลาอยู่แล้ว เรียนรู้อะไรไม่ค่อยได้เลยจริง ๆ เพียงแต่หัวหน้ากองซูออกจะรับผิดชอบต่อหน้าที่มากเกินไปหน่อย ให้ทำไปเรื่อย ๆ ทีละรอบ ทีละรอบ ต่อให้ไม่อยากทำให้สำเร็จก็คงยากแล้ว”
บทที่ 26 แผนการแรกไม่สำเร็จ (2)ฝานอี๋หลานเป็นผู้มีจิตใจดีงาม ก่อนหน้านี้นางกำลังพลิกอ่านตำรารวมบทกวีซึ่งหยิบมาจากชั้นวางตำรา ยามนี้คงเห็นเหยาหรงหรงอึดอัดใจจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า “เหมือนยังต้องเรียนรู้มารยาทพิธีการภายในวังหลวงอีกสองวันใช่หรือไม่? ตอนแรกทางวังหลวงแจ้งพวกเราว่าการเข้าวังครั้งแรกจะต้องพำนักอยู่สามวัน ได้ยินว่าวันสุดท้ายต้องให้เหล่าเซียนเซิงออกข้อสอบเพื่อทดสอบพวกเรา ดูว่าความรู้ของทุกคนเป็นเช่นไรบ้าง และจะใช้สิ่งนี้กำหนดตัวเนื้อหาและความลึกซึ้งของเนื้อหาที่จะบรรยายต่อจากนี้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นเซียนเซิงท่านใดจะมาเป็นผู้ทดสอบ…”
ยังจะเป็นผู้ใดได้อีกเล่าย่อมต้องเป็นเซี่ยจวีอัน
เจียงเสวี่ยหนิงยิ้มหยันในใจ
จริงดังคาด เฉินซูอี๋ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ค่อยปริปากก็ตอบกลับไปว่า “คงจะเป็นท่านรองราชครูเซี่ย บัดนี้เขาเป็นผ