ู้กำกับดูแลการบรรยายประจำวันของวังหลวง ทั้งยังมีความรู้เหนือผู้ใดมิหนำซ้ำคราวนี้ยังต้องสอนพวกเราเรียนพิณและอ่านตำราอีก เขาเป็นหัวหน้าของเซียนเซิงทุกท่าน ตอนข้าจะเข้าวังท่านพ่อเคยกำชับเอาไว้บอกว่าการเข้าวังครั้งนี้ยังไม่นับว่าได้เป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิง นอกจากจะต้องเรียนรู้มารยาทพิธีการแล้ว ยังต้องผ่านด่านการทดสอบความรู้ของเหล่าเซียนเซิงอีกด้วย หากมีความรู้ดีมากเกินไปก็ไม่เป็นไรหรอก แต่หากย่ำแย่เกินไปและได้อยู่เป็นพระสหายร่วมศึกษาต่อไปละก็ เซียนเซิงอาจจัดการสอนลำบาก ถ้าบรรยายเนื้อหาที่ลึกซึ้งเกินไปจะฟังไม่เข้าใจ แต่ถ้าบรรยายช้าก็สร้างความลำบากให้องค์หญิงใหญ่ เพราะฉะนั้นการทดสอบในช่วงสามวันแรกจึงมีไว้เพื่อคัดเลือกคน หากปราศจากความเหมาะสม ก็ย่อมถูกเซียนเซิงโน้มน้าวให้ถอนตัวเช่นกัน”
…นี่คือแผนการลำดับสองที่เจียงเสวี่ยหนิงเตรียมนำมาใช้นั่นเอง
ด่านมารยาทพิธีการเกิดความเปลี่ยนแปลงเพราะหัวหน้ากองซูและองค์หญิงใหญ่เล่อหยางยามนี้ไม่ว่านางจะแสร้งทำตัวโง่งมเช่นไร ต่อให้นอนบนพื้นก็ผ่านได้อยู่ดี ไม่มีทางถูกโน้มน้าวให้ออกจากวังเพราะเรียนไม่สำเร็จ
ย่อมมีเพียงเซี่ยเวยที่องค์หญิงใหญ่เล่อหยางไม่อาจสั่งการได้!
ขอแค่นางทำลายขีดจำกัดของตนเองในการสอบวันที่สาม ส่งกระดาษเปล่าหรือไม่ก็เขียนส่งเดชมั่ว ๆ ย่อมยั่วโทสะเซี่ยเวยซึ่งไม่เคยผ่อนปรนเรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ก็เซียนเซิงท่านอื่นเป็นแน่แท้ การถูกโน้มน