มคิดอันชั่วร้ายสารพัดอย่างพลันผุดในใจจิตใจผ่องแผ้วปราศจากกิเลสอะไรกันเล่า อยู่ตำแหน่งสูงส่งทว่าข้างกายกลับปราศจากอิสตรีแม้แต่คนเดียว ไม่แน่ว่าบางส่วนอาจใช้การไม่ได้สิไม่ว่า!
ทุกคนหัวร่อต่อกระซิกกระเซ้าเย้าแหย่กัน
เบื้องนอกพลันมีนางกำนัลน้อยผู้หนึ่งค้อมกายคารวะพร้อมเรียกเจียงเสวี่ยหนิงเบา ๆ“คุณหนูรองเจียง มีคนมาขอพบเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเลิกคิ้ว ถามทันที “ผู้ใดหรือ?”
นางกำนัลน้อยกะพริบตา มองนางโดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาเจียงเสวี่ยหนิงนึกเรื่องที่เกิดในชาติก่อนขึ้นมาได้ กระจ่างแจ้งแก่ใจทันควัน ไม่ถามไถ่อีกแล้ว เพียงกล่าวกับผู้อื่นว่า “ขอตัวก่อน ข้าจะออกไปดูสักหน่อย”
จากนั้นก็ตามนางกำนัลน้อยเดินออกไปจากเรือนหยางจื่อ
เส้นทางนั้นมุ่งตรงไปยังตำหนักเหวินหวา
ขณะกำลังจะเข้าใกล้อาณาบริเวณของเขตพระราชฐานชั้นนอก โชคยังดีที่หยุดอยู่ตรงทางแยกเบื้องหน้าไม่ไกลนัก ครั้นเงยหน้าอีกครั้งเยี่ยนหลินในชุดคลุมตัวยาวสีน้ำตาลเข้มทั้งร่างกำลังยืนรอนางอยู่บริเวณปลายฟากหนึ่งของพุ่มชิวไห่ถัง[1]ยามฤดูสารท
นางกำนัลน้อยถอยออกไปอย่างเงียบงัน
เจียงเสวี่ยหนิงเดินไปเบื้องหน้า “ดึกดื่นปั่านนี้แล้ว ยังไม่กลับออกจากวังอีกหรือ?”
เยี่ยนหลินได้ฟังเรื่องการเรียนมารยาทพิธีการของเหล่าพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงใหญ่ในวันนี้มาจากเสิ่นเจี้ย จึงมาดูโดยเฉพาะเพราะกลัวว่านางจะได้รับความลำบากอะไร ยามนี้กำลังมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจ