งยังยำเกรงไม่น้อย
เมื่อเผชิญการเป็นฝั่ายทักทายก่อนของเซียวซูนางจึงหลุบตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ทำเพียงผงกศีรษะคารวะตอบอย่างเฉยชาสายตาของเซียวซูทวีความพินิจพิเคราะห์เพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
แต่ไม่นานนักความสนใจของนางก็เบี่ยงเบนไป เนื่องจากหวงเหรินหลี่นับจำนวนคนเสร็จแล้วและเรียกให้คนจากในวังหลวงมาหิ้วสัมภาระของพวกนาง ครั้นตรวจสอบปั้ายประจำตัวเรียบร้อยดีก็นำหน้าพาพวกนางเข้าวัง ระหว่างทางยังแนะนำตำหนักโดยรอบให้อีกด้วย
หวงเหรินหลี่รู้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ มิหนำซ้ำในนั้นยังมีพระสหายขององค์หญิงใหญ่ รวมถึงผู้ที่องค์หญิงใหญ่สนพระทัยมากอีกด้วย กอปรกับปกติเขาก็เป็นคนที่มีน้ำเสียงราวกับสตรี เพราะฉะนั้นยามเอ่ยวาจาจึงนุ่มนวลอ่อนโยนดั่งสายลมยามวสันต์ “ครั้งนี้คุณหนูทุกท่านจะพำนักกันที่เรือนหยางจื่อ ฝั่าบาทตั้งพระทัยกับการคัดเลือกพระสหายร่วมศึกษาหนนี้เป็นอย่างยิ่ง เรือนหยางจื่อเดิมทีเป็นสถานที่สำหรับพระสหายร่วมศึกษาขององค์ชายเพียงแต่บัดนี้วังหลวงปราศจากองค์ชาย ประจวบเหมาะกับที่คุณหนูทุกท่านเข้ามาพอดี จึงรับสั่งให้ขันทีเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ทั้งหมด และปลูกบุปผาซึ่งเหมาะแก่การเที่ยวชมจำนวนหนึ่งอีกด้วย ยามเข้าพักจะเข้าพักห้องละท่าน ถือว่ากว้างขวางพอสมควร สถานที่แห่งนี้อยู่ติดตำหนักเฟิงเฉิน และการบรรยายก็จะจัดที่ตำหนักเฟิงเฉินนั่นเอง ทั้งสองแห่งนี้อยู่ใกล้กันมาก ส่วนทางทิศอุดรคือสถานที