งก็สั่งให้คนยกข้าวของของตนออกมา ทั้งยังสั่งให้คนไปที่ห้องบัญชีของจวนเพื่อตรวจสอบว่าช่วงหลายปีมานี้ท่านแม่เพิ่มของสิ่งใดให้นางบ้าง
ตัวนางไม่มีสมุดบัญชี แต่ที่จวนย่อมมี
บรรดาสาวใช้และหญิงรับใช้ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกลงโทษเพราะขโมยสิ่งของของนางต่างตกใจจนตัวสั่นงันงก นึกว่าคุณหนูรองจะเริ่มคิดบัญชีเก่าอีกแล้ว แม้แต่หวังซิ่งจยายังตกใจจนหน้าถอดสี
แต่เจียงเสวี่ยหนิงเพียงเอ่ยว่า “ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่สืบสาวราวเรื่องพวกเจ้าอีก ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า คนที่ควรขนของก็ขนของไปคนที่ควรตรวจสอบบัญชีก็ตรวจสอบบัญชีไป”
บรรดาสาวใช้และหญิงรับใช้ในเรือนถึงค่อยโล่งใจ
ไม่นานนักหีบหลายใบก็ถูกขนออกมา
เจียงเสวี่ยหนิงใช้รายการสิ่งของในมือแบ่งของล้ำค่าของตนออกเป็นสองฟาก ฟากหนึ่งเป็นของตัวนางเอง โดยพื้นฐานแล้วจะเพิ่มขึ้นมาช่วงงานเทศกาลภายในจวน ส่วนอีกฟากหนึ่งคือสิ่งที่ได้รับจากเยี่ยนหลินในช่วงหลายปีมานี้ และครองจำนวนมากกว่า
นางทำสมุดบัญชีใหม่ขึ้นมาเองอีกเล่ม จดบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจน
จวนหย่งอี้โหวเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจมหาศาล เจริญรุ่งเรืองภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทว่าขณะที่ฝั่าบาททรงมีพระราชโองการให้ยึดทรัพย์ในสมัยนั้น จวนโหวกลับไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย กระทั่งว่าคืนก่อนเกิดเรื่องจวนโหวทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างกำลังเตรียมพิธีสวมกวานของเยี่ยนหลินซึ่งจะจัดในวันถัดไปเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นพอเกิดเหตุยึดทรัพย์จึ