ราล้วนมีต้นสายปลายเหตุ หากนางมีความสามารถก็คงไม่ต้องมีจุดจบเช่นการตกน้ำก่อนหน้านี้แล้วกระมัง”
เจียงเสวี่ยหนิงถอนสายตากลับมา “ก็เพราะตัวเองเป็นคนช่วย จึงใส่ใจกว่าคนทั่วไปสักหน่อยและหวังว่านางจะดีกว่าเดิมสักหน่อยเช่นกัน แต่ที่เจ้าพูดมาก็ถูกต้อง ข้าพยายามเต็มที่แล้ว ไหนเลยจะควรยุ่มย่ามให้มากกว่านี้อีก”
พูดจบนางก็พ่นลมหายใจเบา ๆ คราหนึ่งคล้ายจะใช้สิ่งนี้คลายความไม่สบอารมณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นภายในใจ
จากนั้นถึงกล่าวกับเยี่ยนหลิน “พวกเราเข้าไปดูพิณกันดีกว่า”
ร้านโยวหวง[1] ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าร้านแห่งนี้มีเพื่อพิณโดยเฉพาะถึงแม้จะตั้งอยู่กลางตลาดอันคึกคักซึ่งนับเป็นเขตที่ดินราคาแพงในเมืองหลวง แต่กลับต้องเดินเข้าไปในตึกซึ่งดูไม่สะดุดตาริมถนน แล้วขึ้นบันไดมาชั้นสองก่อนจึงมองเห็นกรอบปั้ายไม้ไผ่อันเรียบง่ายและสูงสง่านั้นได้
‘โยวหวง’ สองคำนี้ใช้หมึกสีดำบริสุทธิ์เขียนลงบนไม้ไผ่
เนื่องจากพิณเป็นวัตถุสูงสง่า ดังนั้นในบรรดาลูกค้าที่มาดูพิณ ผู้ที่แสร้งว่ารักชอบพิณมักทำวางมาดสูงส่งสง่างาม ส่วนผู้ที่รักชอบพิณโดยแท้จะไม่ชอบความอึกทึกคึกคัก การตกแต่งและรูปแบบเช่นนี้จึงเหมาะสมพอดีเห็นชัดว่าเยี่ยนหลินไม่ได้มาสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก เขาพาเจียงเสวี่ยหนิงเดินเข้าไปอย่างคุ้นเคย
มีบุรุษแต่งกายเป็นบัณฑิตผู้หนึ่งถือที่คีบกำยานอยู่หน้าเตาจุดกำยานบริเวณหัวมุมพอดี
สิ่งที่กำลังจุดคือพิมเสนชั้นดี
กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยอบ