อวลทั่วร้านโยวหวง
บัณฑิตผู้นั้นได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันหน้ากลับมา เมื่อเห็นว่าเป็นเยี่ยนหลินก็ยิ้มให้ วางที่คีบกำยานอย่างเบามือ จากนั้นก็เดินไปยังอ่างทองเหลืองด้านข้างเพื่อล้างมือไปพลางเอ่ยวาจาไปพลาง “ซื่อจื่อมาได้เสียที ข้ากำลังคิดอยู่ว่าถ้าหากท่านยังไม่มาอีก ข้าจะเอาพวกพิณนั่นออกมาขายแล้วนะ”
เยี่ยนหลินหัวเราะพรืด “ถึงอย่างไรก็เป็นร้านขายพิณ ช่วยเก็บกลิ่นอายของคนหน้าเงินที่แผ่ซ่านออกมาทั้งร่างกลับไปได้หรือไม่?”
บัณฑิตผู้นั้นไม่แยแสแม้แต่น้อย เพียงเอ่ยว่า“ท่านคิดว่าข้าเปิดร้านพิณเพื่อทำการกุศลอย่างนั้นหรือ? จะดีดพิณต้องชำระล้างร่างกาย ต้องล้างมือ ต้องจุดกำยาน อีกทั้งยังต้องใช้พิณชั้นยอดอีก มีสิ่งใดที่ไม่ต้องใช้เงินบ้าง?”เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าคนผู้นี้แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร จึงอดมองหลายครั้งไม่ได้
บัณฑิตผู้นี้ผอมซูบ รูปโฉมธรรมดา มองเจียงเสวี่ยหนิงแวบหนึ่งก็พลันตระหนักได้ “นี่คือแม่นางที่จะมาดูพิณสินะ?”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่เอ่ยวาจา
เยี่ยนหลินกล่าวด้วยความหงุดหงิด “เลิกพูดมากได้แล้ว พิณล่ะ?”
บัณฑิตเลิกคิ้วเล็กน้อย สัมผัสได้ว่าเยี่ยนหลินมีความรู้สึกต่อสตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา เขาจึงไม่ได้เก็บสายตา กลับมองเจียงเสวี่ยหนิงเพิ่มอีกหลายหนก่อนจะหมุนกายเดินเข้าไปในห้อง อุ้มพิณจำนวนสี่คันที่เก็บอยู่ข้างในออกมาทยอยวางเรียงรายบนโต๊ะตัวยาวภายในร้าน จากนั้นก็ปลดถุงห่อพิณที่ห่อหุ้มทีละถุง แล้วเรียกให้เยี