่งนิ่งไม่ไหวติง ไม่เอ่ยวาจาใด
ส่วนเจียงเสวี่ยฮุ่ยกลับก้มหน้า มองผ้าเช็ดหน้าแพรในมือตน นึกถึงผู้ที่นางบังเอิญได้พบขณะกลับจากงานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางของจวนกั๋วกงเมื่อหลายวันก่อน แต่นางหาใช่บุตรีภรรยาเอกที่แท้จริงไม่ ยามนี้แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบุตรีภรรยาเอก ทว่ายามอยู่ต่อหน้าเจียงเสวี่ยหนิง นางก็ไม่มีสิทธิ์จะแย่งชิงสิ่งใดให้ตนเองแม้แต่น้อย
ดังนั้นจึงทำได้เพียงตอบกลับเสียงเบา “ให้ท่านพ่อท่านแม่เป็นผู้ตัดสินใจเจ้าค่ะ”
เมิ่งซื่อจงใจมองเจียงเสวี่ยหนิง เอ่ยปากว่า“ภายในจวนมีพวกเจ้าสองคนที่เป็นบุตรีภรรยาเอก เดิมทีใครจะไปก็เหมาะสมทั้งสิ้น คนหนึ่งนิสัยสุขุมหนักแน่น อีกคนก็เป็นที่โปรดปรานขององค์หญิง แต่อย่างไรเสียการเข้าวังนั้นหาใช่เรื่องง่ายไม่ มิหนำซ้ำยังต้องไปเป็นพระสหายร่วมศึกษาอีก พวกเราไม่ได้อยากให้พวกเจ้าสร้างชื่อเสียงอะไรให้จวน แค่ออกมาอย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว ลูกหนิงออกจะมีนิสัยร่าเริงมากเกินไปหน่อย แม้ว่าในวังอาจมีเยี่ยนซื่อจื่อคอยดูแล แต่กฎเกณฑ์ภายในวังก็เข้มงวด อีกทั้งซื่อจื่อก็ไม่ได้พำนักอยู่ในวัง ทำให้ไม่อาจดูแลได้ทั่วถึง จากเหตุผลเหล่านี้ให้ลูกฮุ่ยไปจะค่อนข้างเหมาะสมกว่า”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
บทที่ 18 พระสหายร่วมศึกษา (2)เจียงปั๋อโหยวคอยสังเกตสีหน้านางเป็นระยะครั้นได้ฟังคำพูดนี้ของเมิ่งซื่อก็รู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด ซ้ำยังรู้สึกว่าทำเช่นนี้ออกจะไม่ค่อยยุต