ิธรรมกับบุตรีคนรองสักเท่าไรนัก เขาจึงรีบพูดเสริมทันที “แน่นอนว่ายายหนูหนิงเป็นที่โปรดปรานขององค์หญิง หากเจ้าอยากไปเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิง ข้าก็จะเสนอชื่อเจ้าขึ้นไป”
เมิ่งซื่อเม้มริมฝีปากไม่เอ่ยวาจา
เจียงเสวี่ยฮุ่ยไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้มากมายนักนางรู้นิสัยน้องหญิงหนิงเป็นอย่างดี ขอเพียงนางมีสิ่งใด น้องหญิงหนิงจะต้องมีสิ่งที่ดีกว่าโอกาสเข้าวังเพื่อเป็นพระสหายร่วมศึกษาเช่นนี้คุณหนูจากตระกูลใหญ่คนอื่นล้วนแก่งแย่งกันแทบตาย แล้วน้องหญิงหนิงจะทำให้นางสมความปรารถนาได้อย่างไรกันเล่า
แม้ว่าที่จริงแล้วครั้งนี้นางก็หวังอยู่บ้างจริง ๆ
เพียงแต่นั่นมันก็แค่เล็กน้อย…
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งนิ่งอยู่นาน สายตาของทุกคนล้วนตกบนร่างนาง
ทว่าสายตาของนางกลับอยู่บนร่างเจียงเสวี่ยฮุ่ย
เจียงปั๋อโหยวกับเมิ่งซื่อรออยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ยินนางเอ่ยวาจาจึงนึกว่านางยอมยกโอกาสนี้ให้เจียงเสวี่ยฮุ่ยแล้ว พลันรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเสียที
เมิ่งซื่อโล่งใจ กำลังจะอ้าปากกล่าวว่า‘เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้’
แต่ทันใดนั้น เจียงเสวี่ยหนิงกลับลุกจากที่นั่ง
คำพูดที่ยังไม่ได้เอ่ยพลันจุกในลำคอเมิ่งซื่อหนังตากระตุก
เจียงเสวี่ยฮุ่ยเบนสายตามอง เพียงนึกทอดถอนใจด้วยความขมขื่นหน่อย ๆ ‘อย่างที่คิดเอาไว้เลย’
แม้แต่เจียงปั๋อโหยวเองยังลอบร่ำร้องทีหนึ่งว่า ‘แย่แล้ว’ ครุ่นคิดในสมองว่าหากประเดี๋ยวยายหนูหนิงอาละวาดขึ้นมาจะทำเช่นไรดีเรื่