วนหย่งอี้โหวอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นว่าภายหลังยังให้โจวอิ๋นจือทำงานสำคัญอีกด้วย!
เจียงเสวี่ยหนิงสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวบนฝั่ามือของหนุ่มน้อย ประหนึ่งว่าได้สัมผัสความร้อนระอุจากก้นบึ้งของหัวใจเขาก็ไม่ปาน ขณะช้อนดวงตาขึ้นก็ประสานเข้ากับดวงตาอันจริงใจและเอ่อท้นด้วยความปวดใจของอีกฝั่าย นางไม่กล้าสบตาไปชั่วขณะ
ทั้งหมดในชาติก่อนล้วนเกิดขึ้นเพราะความต่ำช้าและความจอมปลอมของนาง
เยี่ยนหลินยังคงเป็นห่วงนาง “วันนี้เจ้าได้รับความตระหนก ควรรีบกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านโดยเร็วเพื่อฟืนฟูสติ พวกเราไม่ต้องไปงานเทศกาลโคมไฟแล้วก็ได้ รอให้วันหลังมีงานอีกเมื่อไร ข้าค่อยพาเจ้าไปนะ”
ระหว่างเขาเอ่ยวาจาก็คอยจูงนางขึ้นรถม้าซึ่งอยู่ด้านข้างใจของเจียงเสวี่ยหนิงกลับบังเกิดความขื่นขมและรวดร้าว ดึงมือเขาเอ่ยว่า “ไม่ ข้าอยากไป”
นางฝืนระงับความรู้สึกอยากหลั่งน้ำตาเอาไว้ยกริมฝีปากเผยรอยยิ้มให้เขา คิดจะใช้สิ่งนี้ทำให้เยี่ยนหลินสบายใจ บอกเขาว่าตนไม่เป็นอะไร
เยี่ยนหลินมองนางอย่างสงบนิ่ง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงยิ้มให้ “เจ้าบอกเองนะว่าจะไป!”
เพิ่งจะพูดจบ เขาก็สาวเท้าเข้ามาหนึ่งก้าวก่อนโอบเอวนางแล้วอุ้มขึ้นหลังม้า
เจียงเสวี่ยหนิงไหนเลยจะมีสติทัน นางเบิกตาโพลง พลันหลุดอุทานเสียงเบาด้วยความตกใจ“เยี่ยนหลิน!”
เยี่ยนหลินหัวเราะเสียงดังโดยไม่อธิบาย ตามด้วยเกาะอานม้าดันตัวขึ้นไปนั่งด้านหลังนางแล้วก็ใช้มือข้างหนึ่งกระตุกบังเหียน มืออีกข้า