นระทวยจนแทบจะยืนไม่อยู่
เมื่อถูกประคองจนยืนอย่างมั่นคงแล้วก็เห็นเขายักไหล่แอบหัวเราะขบขัน นางพลันหัวเสียกำหมัดทุบคนเพี้ยนผู้นี้ไปยกหนึ่ง “ยังจะหัวเราะอีก ไม่จบใช่หรือไม่? เจ้าลองทำอีกครั้งดูสิ!”นางเป็นสตรี ทุบตีไปคนย่อมไม่เจ็บไม่คันแม้แต่น้อย
เยี่ยนหลินถูกครอบครัวเลี้ยงดูโดยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในค่ายทหารมาตั้งแต่เล็ก ฝึกฝนวิทยายุทธ์มาอย่างหนักแน่นและมั่นคง ไหนเลยจะกลัวการทุบตีนี้ของนาง
เขาจึงยืนเฉย ปล่อยให้นางทุบตี ต่อมาค่อยใช้มือกุมหน้าอก แสร้งทำท่าทางเจ็บปวดรุนแรงจนไม่อาจเสแสร้งได้อีก “โอ๊ย เจ็บ ๆ ๆ เจ็บจังเลย!”
เจียงเสวี่ยหนิงถลึงตาใส่ ไม่ทุบตีเขาแล้ว
ต่างฝั่ายต่างรู้ว่าเขาไม่เจ็บ
อีกทั้งหน้าอกของหนุ่มน้อยผู้ฝึกวิทยายุทธ์ก็แข็งแรง ทุบแล้วเขาไม่เจ็บน่ะช่างมันเถอะ ที่สำคัญคือนางเจ็บมือ
นางจึงหมุนกายเดินไปยังงานเทศกาลโคมไฟอันครึกครื้นนั้นทันที “ขี้เกียจจะสนใจเจ้าแล้ว”
เยี่ยนหลินไม่ถือสาเช่นกัน เดินตามมาด้วยใบหน้าเปือนยิ้ม ผ่านไปไม่นานนักก็ถามว่า
“ตรงนั้นมีหุ่นน้ำตาลปัน เจ้าอยากกินหรือไม่?”“ดูสิ ลอยโคมประทีป พวกเราไปลอยด้วยกันสักดวงเถอะนะ”
“หนิงหนิง เจ้าดูของบนหัวพวกนางสิ งามจริง ๆ ข้าซื้อให้เจ้าชิ้นหนึ่งนะ”
“โคมประทีบ โคมประทีป!”
“มีทายปริศนาด้วย เร็วเข้า ตามข้ามา!”
เจียงเสวี่ยหนิงมีนิสัยชอบเที่ยวเล่นมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว หลังจากย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ นี่ถือเป็นการออกจากบ้านที่มีค