งความหนักแน่นราง ๆ สามส่วน ทำให้คนนึกถึงขุนเขาอันสูงใหญ่ มหาสมุทรอันกว้างขวาง และนักปราชญ์ที่เดินร่ายกาพย์กลอนสมัยโบราณกาลหรือไม่ก็ผู้ถือสันโดษซึ่งเร้นกายอยู่ท่ามกลางปั่าเขาลำเนาไพร
สายตานิ่งเฉยของเขาตัดผ่านช่องว่างอากาศอันว่างเปล่ามาตกที่ร่างของนาง
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงกลับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บนางนึกขึ้นมาได้ทันที ผู้ที่อยู่ข้างกายเซี่ยเวยนอกจากเจี้ยนซูผู้เชี่ยวชาญกระบี่แล้ว ยังมีเตาฉินผู้เชี่ยวชาญเกาทัณฑ์ซึ่งยิงไม่เคยพลาดเปั้า และตัดผ่านระยะร้อยก้าวได้อย่างสบายอีกผู้หนึ่งด้วย
เมื่อกวาดตามองออกไปอีก เบื้องนอกคือเหลาเฉิงเซียวสูงตระหง่าน…
เกรงว่ายามมือสังหารออกจากรถและปรากฏตัวต่อสายตาผู้คน นั่นละเวลาตายของอีกฝั่าย
เพียงแต่ไม่รู้ว่าเซี่ยเวยจะกำจัดนาง ‘ไปด้วย’หรือไม่…มือสังหารด้านหลังนางกวาดตามองเช่นกันกล่าวกับเซี่ยเวยว่า “บอกให้คนของเจ้าถอยออกไปสามสิบจั้ง!”
ทุกคนซึ่งถือดาบและกระบี่ต่างหันไปมองเซี่ยเวย
เซี่ยเวยโบกมือให้พวกเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็สบตามือสังหารผู้นั้น “ขอท่านโปรดวางใจ เวยไม่กล้าทำให้ชีวิตของผู้มีพระคุณและบุตรีของสหายตกอยู่ในอันตรายแน่ คำสัญญาของวิญูชนมีค่าดั่งทอง หากท่านยอมปล่อยคน จะไม่มีวันทำอันตรายถึงชีวิตท่าน”
ทุกคนถอยออกไป เหลือเพียงเซี่ยเวยยืนอยู่ที่เดิมแต่เพียงผู้เดียว
มือสังหารออกคำสั่ง “เจ้าขึ้นมา”
เซี่ยเวยก้าวไปข้างหน้า
เมื่อเดินถึงระยะที่ห่างจากรถม้าเพีย