หนูได้อย่างเต็มที่อีกด้วยขอรับ”
นี่เขากำลังพูดอย่างโจ่งแจ้งว่าวันหน้านางจะต้องแต่งเข้าจวนหย่ง-อี้โหว
ชาติก่อนสาเหตุที่โจวอิ๋นจือมีโอกาสได้เอ่ยคำขอเช่นนี้ เนื่องด้วยนางอยากได้คนไปสืบเรื่องสถานะของเสิ่นเจี้ยก่อน และนางในตอนนั้นคิดว่าโจวอิ๋นจือมีประโยชน์ต่อตนจริง ๆ ถึงได้ให้ความช่วยเหลือ
ทว่าชาตินี้นางรู้สถานะของเสิ่นเจี้ยแล้ว จึงไม่มีเรื่องให้ร้องขอเป็นธรรมดา
เพียงแต่…
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาพลางคลี่ยิ้มอย่างแช่มช้า “ท่านพ่อเป็นถึงรองเสนาบดีกรมคลัง ถึงแม้จะไม่ได้ปกครองกรมคลัง แต่ก็ยังอยู่ในหกกรมหากเจ้าอยากได้แค่ตำแหน่งผู้คุมกองพันที่กำลังขาด เพียงไปขอร้องท่านพ่อก็ได้แล้ว แต่เจ้ากลับต้องการเข้าหาเยี่ยนซื่อจื่อผ่านทางข้าแทน ข้าจึงสงสัยว่ามันเพราะอะไรกันแน่?”
ครั้นโจวอิ๋นจือได้ฟังคำพูดของนางก็บังเกิดความรู้สึกไม่สามารถอธิบายได้ภายในใจทันที
เหตุใดคุณหนูรองถึงกระจ่างแจ้งเรื่องภายในราชสำนักมากขนาดนี้?
ปกติแล้วนางเป็นคนดื้อด้านเอาแต่ใจ แต่ละวันเอาแต่ติดตามเยี่ยนซื่อจื่อออกไปเที่ยวเล่นและก่อเรื่องเท่านั้นนี่นา
เขาทอดสายตามองเจียงเสวี่ยหนิง ไม่ตอบคำไปชั่วขณะ
เจียงเสวี่ยหนิงพูดขึ้นมาว่า “จะให้ข้าแนะนำเจ้ากับเยี่ยนหลินนั้นใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ข้าเองมีคำถามที่อยากจะถามเจ้าอยู่ข้อหนึ่งก่อน และนี่คือวัตถุประสงค์ที่ข้ามาในวันนี้”
โจวอิ๋นจือควบคุมความรู้สึกโดยไม่แสดงออก“เชิญคุณหนูถามมาได้”
เจียงเสวี่ยห