นิงจึงกล่าว “ผู้คุมกองพันโจวยังไม่ได้ถูกคาดโทษลงมาเลย แต่เจ้ากลับรีบร้อนให้ข้าแนะนำตัวเจ้ากับเยี่ยนหลิน นอกจากอยากเป็นผู้คุมกองพันแล้ว เกรงว่าน่าจะมีคดีเก่าของผิงหนานอ๋องที่ทางฝังองครักษ์เสื้อแพรกำลังสืบอยู่เป็นแน่ คงอยากให้เจ้าแทรกซึมเข้าจวนหย่งอี้โหวเพื่อสืบให้กระจ่างใช่หรือไม่?”
เอี๊ยด!
เสียงแหลมแสบแก้วหูพลันดังขึ้น เป็นโจวอิ๋นจือที่ขนลุกชันไปทั้งร่างผุดลุกพรวดจนลากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ไปด้วย ขาเก้าอี้ครูดพื้นจนเกิดเสียงดังสั้นๆ
เขารูม่านตาหด จ้องเจียงเสวี่ยหนิงเขม็ง
สายตาเปียมความรู้สึกเหลือเชื่อพึงรู้ว่าเขาเพิ่งจะรู้เรื่องนี้เมื่อสองวันก่อนวันนี้ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรเพิ่งจะเรียกตัวเขาเข้าไปสั่งการ ภาระงานนี้เป็นความลับที่ยิ่งกว่าลับ เขาไม่เคยบอกผู้ใดเสียด้วยซ้ำ
ทว่ายามนี้เจียงเสวี่ยหนิงกลับพูดเปิดโปงในประโยคเดียว!
นางรู้มาจากที่ใดกัน!?
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงเห็นโจวอิ๋นจือมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้ ไหนเลยจะไม่รู้ว่าตนทายถูกเข้าแล้วทว่าความรู้สึกซึ่งกำลังเอ่อท้นกลับเป็นความเศร้าโศก
มิน่าเล่าชาติก่อนโจวอิ๋นจือถึงมีจุดจบน่าอนาถ เรื่องที่จวนหย่งอี้โหวถูกลากไปเกี่ยวพันกับคดีการก่อกบฏของผิงหนานอ๋องจนถูกยึดทรัพย์และเนรเทศนั้นเกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ ต่อมาเซี่ยเวยถึงได้ต้องการให้เขาถูกเกาทัณฑ์หมื่นดอกยิงทะลุร่างจนตาย มิหนำซ้ำยังตัดศีรษะแขวนไว้ที่ประตูวังอีก…
และนางกลับเป็นคนแนะนำอสร