แต่เล็กจนโตครั้นยามนี้ได้ไตร่ตรองดูอีกหนก็ระลึกได้ว่า เขามิใช่ผู้ที่จะลุ่มหลงมัวเมาสตรีเลยสักนิด คุณหนูรองเจียงคงมีสิ่งที่คู่ควรจริง ๆ เขาถึงชื่นชอบ
เสิ่นจื่ออีเดินเข้าหาอีกสองก้าว เปล่งเสียงหัวเราะพร้อมจับมือเจียงเสวี่ยหนิง “เจ้าพูดจาทำให้คนรู้สึกชมชอบมากเป็นพิเศษ มิน่าเยี่ยนหลินถึงชอบเจ้า แม้แต่ข้าเองยังอดชอบเจ้าไม่ได้เลย”
ตอนไม่พูดน่ะยังดี แต่พอพูดขึ้นมานี่สิเจียงเสวี่ยหนิงหวิดจะเข่าอ่อนล้มพับนางฝืนเกร็งเส้นประสาทที่ใกล้จะขาดผึงในสมองและสะกดกลั้นไม่ให้วู่วามชักมือกลับจากเสิ่นจื่ออี เจียงเสวี่ยหนิงเก็บสีหน้าผ่อนคลายที่เคยมีจนหมดสิ้น แสดงท่าทางประหวั่นพรั่นพรึงแล้วเอ่ยว่า “หม่อมฉันกล่าวโดยไม่รู้จักยั้งคิดเนื่องด้วยมักพร่ำวาจาเหลวไหลจนเคยชิน ขอองค์หญิงทรงอย่าตำหนิเลยนะเพคะ”
ครั้นเสิ่นจื่ออีเห็นคู่สนทนาเปลี่ยนแปลงท่าทีกะทันหัน ตัวสั่นงันงก ปราศจากสีหน้าท่าทางยามยกพู่กันจดลงบนใบหน้านางก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว คิดจะเอ่ยอะไรบางอย่าง
ขณะนี้เองกลับมีเสียงแทรกมาจากด้านข้าง“องค์หญิงทรงทำให้นางตกใจแล้วเพคะ”
เสิ่นจื่ออีหันหน้าไปมอง
ผู้เอ่ยวาจาเป็นสตรีที่แต่งกายหรูหรา ก่อนหน้านี้ยืนอยู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่มาตลอด หากเอ่ยถึงกลิ่นอายที่แผ่จากทั่วร่างก็เป็นรองเสิ่นจื่ออีเพียงขั้นเดียว เสื้อผ้าอาภรณ์ตัดเย็บจากผ้าแพรดินแดนสู่ชั้นดี ลำพังเครื่องประดับคาดศีรษะฝังไข่มุกก็ประเมินค่าไ