ื่นก็จะไม่รู้จุดอ่อนของพระองค์จนไม่อาจทำร้าย เดิมทีรอยแผลของพระองค์คือเกียรติยศของราชวงศ์ แล้วเหตุใดถึงต้องอับอายเพราะมันด้วยเล่าเพคะ?”
เสิ่นจื่ออีตะลึงงันโดยสมบูรณ์
ไม่เคยมีผู้ใดกล่าววาจาสามหาวกับนางเช่นนี้มาก่อน ทั้งที่ตรงไปตรงมา ทว่ากลับเหมือนสายลมและสายน้ำอันแสนสดชื่นพัดผ่านจิตใจ ทำให้บาดแผลบางอย่างราบเรียบนางจ้องมองคุณหนูรองเจียงซึ่งพบปะกันเป็นครั้งแรกตรงหน้า ยากจะละสายตาได้
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงวาดเสร็จก็โล่งใจ จากนั้นจึงครุ่นคิด แม้จะได้พูดคุยกับองค์หญิงใหญ่เล่อหยางอีกหน แต่ชาตินี้นางยังไม่รู้เลยว่าเซี่ยเวยจะจัดการตนเช่นไร หากประจบเอาใจองค์หญิงได้ต่อให้เซี่ยเวยอยากลงมือ ก็อาจต้องขบคิดพิจารณาอยู่บ้าง
เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่ไม่ดี
เพียงแต่เมื่อนางถอนสายตากลับมา และบังเอิญได้เห็นสายตาที่เสิ่นจื่ออีจ้องมองนางในขณะนี้ นางก็ขนหัวลุกชันทันทีสายตานี้…
เหตุใดถึงเหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยนเลยเล่า
นางพลันก้มหน้ามองชุดที่ตนสวมใส่ เป็นชุดของสตรีจริง ๆ
แต่ไฉนสายตานี้…
เพียงช่วงเวลาแค่ประกายไฟ ทันใดนั้นความคิดที่เจียงเสวี่ยหนิงไม่เคยมีมาก่อนก็ผุดในหัวสมอง ทำเอานางตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง อดขนพองสยองเกล้าไม่ได้…ผู้ใดบอกกันเล่าว่าชาติก่อนเป็นเพราะนางปลอมตัวเป็นบุรุษจนองค์หญิงใหญ่เล่อหยางเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชาย จึงหลงรักโดยไม่ตั้งใจ
ในสถานการณ์อย่างเดียวกัน อาจมีคำอธิบายอีกอย่างก็เป็นได้…
นั่นก็คื